ไข้หวัดสายพันธุ์ A อาการต่างจากสายพันธุ์ B อย่างไร? รวมทุกสายพันธุ์ที่คุณควรรู้

ไข้หวัดสายพันธุ์ A เปรียบเทียบกับไข้หวัดสายพันธุ์ B พร้อมภาพอาการไข้หวัดและไวรัสอินฟลูเอนซา

          คนส่วนใหญ่ มักสับสนอาการไข้หวัดสายพันธุ์ A หรือไข้หวัดใหญ่กับโรคไข้หวัดอื่น ๆ ไม่ว่าจะไข้หวัดธรรมดา โควิด หรือโรค RSV เมื่อเริ่มมี อาการไข้หวัด ไม่ว่าจะเป็นไข้ ไอ หรืออ่อนเพลีย หลายคนมักตั้งคำถามว่าเป็นเพียง อาการไข้หวัดธรรมดา หรืออาจเป็นไข้หวัดใหญ่กันแน่ ซึ่งในปัจจุบันยังมีทั้ง ไข้หวัดสายพันธุ์ B และโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ ที่มีอาการใกล้เคียงกัน ทำให้การแยกโรคด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย

 ไข้หวัดสายพันธุ์ A และ B ต่างกันยังไง? มีกี่สายพันธุ์

         ไข้หวัดสายพันธุ์ A และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่น ๆ เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันที่เกิดจากไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) โดยสายพันธุ์ที่วนเวียนอยู่รอบตัวเรานั้นมีทั้งหมด 4 ชนิดหลัก แต่ละชนิดมีลักษณะและความรุนแรงที่ต่างกันไป ดังนี้ค่ะ

ไข้หวัดสายพันธุ์ A และไข้หวัดสายพันธุ์ B รวมถึงสายพันธุ์อื่น ๆ ของไข้หวัดใหญ่และอาการที่แตกต่างกัน

1. ไข้หวัดสายพันธุ์ A (Influenza A) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยและรุนแรง เพราะสามารถก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ได้ในระดับประเทศหรือทั่วโลกได้

  • พบได้ทั้งในคนและสัตว์ เช่น นก หมู
  • มีการกลายพันธุ์สูง ทำให้เกิดสายย่อยหลายแบบ เช่น H1N1 หรือ H3N2 ซึ่งมีความรุนแรงและการระบาดแตกต่างกันเล็กน้อยค่ะ
  • เป็นสาเหตุของการระบาดใหญ่ในอดีต เช่น ไข้หวัดใหญ่ 2009
  • อาการไข้หวัดสายพันธุ์ A มักเกิดแบบเฉียบพลัน เช่น ไข้สูง ปวดเมื่อย และอ่อนเพลียมาก

ไวรัสชนิดนี้สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ตลอดเวลา ทำให้ร่างกายของคนยังไม่มีภูมิคุ้มกันเพียงพอ จึงทำให้เกิดการระบาดได้ง่ายค่ะ

2. ไข้หวัดสายพันธุ์ B (Influenza B) เป็นชนิดที่พบในคนเท่านั้น และมักระบาดตามฤดูกาล

  • มีการกลายพันธุ์น้อยกว่า Influenza A
  • พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว
  • อาการไข้หวัดสายพันธุ์ B คล้ายกับไข้หวัดสายพันธุ์ A เช่น ไข้ ไอ อ่อนเพลีย

แม้จะไม่ได้ก่อให้เกิดการระบาดใหญ่เหมือนชนิด A แต่ก็สามารถทำให้เกิดอาการรุนแรงได้ โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุค่ะ

3. ไข้หวัดสายพันธุ์ C (Influenza C) เป็นชนิดที่พบได้ในคนเช่นกัน แต่โดยทั่วไปจะทำให้เกิดอาการไม่รุนแรง

  • มักมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา
  • ไม่ค่อยทำให้เกิดการระบาดใหญ่
  • พบได้น้อยเมื่อเทียบกับ A และ B

ในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่แทบไม่จำเป็นต้องกังวลกับไวรัสชนิดนี้ เพราะอาการมักไม่รุนแรงและหายได้เองค่ะ

4. ไข้หวัดสายพันธุ์ D (Influenza D) เป็นไวรัสที่พบในสัตว์ เช่น วัว หมู มักไม่ก่อโรคในคนพบในสัตว์มากกว่าคน

  • ยังไม่เกี่ยวข้องกับการระบาดในคน

ไวรัสชนิดนี้จึงยังไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงที่น่ากังวลสำหรับมนุษย์ในปัจจุบันค่ะ

ตารางเช็กอาการไข้หวัดสายพันธุ์ A และอาการไข้หวัดสายพันธุ์ B ต่างกันยังไง?

         เนื่องจากสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่พบได้บ่อยในคนคือสายพันธุ์ A และ B ในขณะที่สายพันธุ์ C ไม่ได้มีความรุนแรงหรือแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดา รวมไปถึงสายพันธุ์ D ที่ไม่พบการระบาดในคน บทความนี้จึงขอทำการเปรียบเทียบไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ B ที่พบได้บ่อย ดังนี้

ไข้หวัดสายพันธุ์ A เปรียบเทียบกับไข้หวัดสายพันธุ์ B พร้อมภาพอาการไข้หวัดและไวรัสอินฟลูเอนซา

จุดสังเกต

ไข้หวัดธรรมดา

ไข้หวัดสายพันธุ์ A

ไข้หวัดสายพันธุ์ B

โควิด-19

การเริ่มอาการ

ค่อยเป็นค่อยไป (1–3 วัน)มักเริ่มเฉียบพลันอาจเริ่มเร็วหรือค่อยเป็นแตกต่างกันในแต่ละคน

ระดับไข้

มักไม่มีไข้ หรือไข้ต่ำมักมีไข้สูง (>38°C)มีไข้ และอาจสูงได้เช่นกันมีไข้หรือไม่มีไข้ก็ได้

ความอ่อนเพลีย

เล็กน้อยอ่อนเพลียชัดเจนอ่อนเพลียได้อ่อนเพลียได้ บางรายเป็นนาน

อาการปวดเมื่อย

ไม่เด่นปวดกล้ามเนื้อและข้อค่อนข้างมากปวดเมื่อยได้ปวดเมื่อยได้

อาการทางจมูก/คอ

น้ำมูกไหล จาม คัดจมูกเด่นไอ เจ็บคอ และอาจมีน้ำมูกร่วมคล้ายชนิด A และอาจมีน้ำมูกไอ เจ็บคอ น้ำมูก หรือไม่มีอาการ

อาการเด่นอื่น

อาการไม่รุนแรงอาการมักชัดและกระทบทั้งร่างกายในเด็กอาจมีอาเจียนหรือท้องเสียอาจสูญเสียการรับกลิ่นหรือรส

ไข้หวัดสายพันธุ์ A และไข้หวัดสายพันธุ์ B มีอาการใกล้เคียงกันมากจนแยกไม่ได้ด้วยตัวเอง และต่างจากไข้หวัดธรรมดาที่อาการมักเบากว่า หากไม่แน่ใจว่าเป็นชนิดใด การตรวจด้วย atk ไข้หวัดใหญ่จะช่วยคัดกรองได้แม่นยำมากขึ้นค่ะ

 FAQ ตอบคำถามไข้หวัดสายพันธุ์ A B และอื่นๆ

ทำไมไข้หวัดสายพันธุ์ A ถึงระบาดได้ง่าย

เพราะมันกลายพันธุ์ตัวเองได้ตลอดเวลาค่ะ ทำให้ร่างกายเราจำเชื้อไม่ได้ แม้จะเคยเป็นมาก่อนก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ในปัจจุบันครอบคลุมทั้งชนิด A และ B (รวมสายย่อย Victoria) ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ควรรีบพบแพทย์ค่ะ เพราะผลตรวจอาจเป็น “ลบลวง” (False Negative) ได้หากปริมาณเชื้อในตอนนั้นยังน้อยเกินไป

ไม่เสมอไปค่ะ แม้สายพันธุ์ A จะระบาดเก่งกว่า แต่สายพันธุ์ B ก็รุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาลได้ไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของแต่ละคนค่ะ

ใช้คัดกรองเบื้องต้นได้ดีมากค่ะ แต่ถ้าผลเป็นลบแล้วยังป่วยหนัก อย่าชะล่าใจนะคะ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจละเอียดอีกครั้งค่ะ

 แนะนำชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ ALLWELL ตรวจครั้งเดียวบอกสายพันธ์ุได้

          สำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรืออ่อนเพลียภายในช่วง 7 วันแรก และอยู่ในสถานการณ์ที่อาการของไข้หวัดสายพันธุ์ A ไข้หวัดสายพันธุ์ B และโควิด-19 มีความใกล้เคียงกันมากจนแยกไม่ออก การรอดูอาการเพียงอย่างเดียวอาจทำให้การรักษาล่าช้าได้ ดังนั้น การใช้ชุดตรวจแบบ Combo Test จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยคัดกรองเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว  และช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลตัวเองหรือเข้ารับการรักษาได้อย่างเหมาะสมมากขึ้นค่ะ

ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ Allwell 3 in 1 สำหรับตรวจไข้หวัดสายพันธุ์ A และ B พร้อมโควิด-19 ใช้งานที่บ้าน
         หนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมคือ AllSure 3 in 1 และ SafeCheck 3 in 1 ของ ALLWELL ซึ่งเป็นชุดตรวจแอนติเจนที่ออกแบบมาเพื่อคัดกรองเชื้อ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B และโควิด-19 ได้ในการตรวจครั้งเดียว

  • ตรวจหลายเชื้อในครั้งเดียว
    สามารถคัดกรองทั้งไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/B และโควิด-19 จากการเก็บตัวอย่างเพียงครั้งเดียว ลดความซ้ำซ้อนในการตรวจ
  • รู้ผลรวดเร็ว
    ใช้เวลาเพียงประมาณ 10–15 นาที เหมาะสำหรับการคัดกรองเบื้องต้นเมื่อเริ่มมีอาการไข้หวัด
  • ใช้ Canadian Technology
  • ใช้งานได้ที่บ้าน
    ออกแบบมาให้บุคคลทั่วไปสามารถใช้ได้เอง ช่วยให้เข้าถึงการตรวจได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาด

          อย่างไรก็ตาม ชุดตรวจดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำหรับการคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น หากผลตรวจเป็นบวก หรือมีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูงต่อเนื่อง อ่อนเพลียมาก หรือหายใจลำบาก ควรเข้ารับการวินิจฉัยเพิ่มเติมจากแพทย์เพื่อความปลอดภัยค่ะ

การมีชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ติดบ้านไว้ ไม่เพียงช่วยลดความกังวล แต่ยังช่วยให้สามารถรับมือกับอาการไข้หวัดได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสมมากขึ้นในสถานการณ์จริงค่ะ

ตรวจเช็กอาการ คลิกเลย !!

สรุปไข้หวัดสายพันธุ์ A ต่างจากสายพันธุ์ B อย่างไร และควรรับมือแบบไหน

         ไข้หวัดสายพันธุ์ A เป็นหนึ่งในสาเหตุของไข้หวัดใหญ่ที่พบได้บ่อยและมีการกลายพันธุ์สูง ทำให้สามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็ว ขณะที่ไข้หวัดสายพันธุ์ B แม้จะระบาดตามฤดูกาล แต่ก็สามารถทำให้เกิดอาการรุนแรงได้ไม่ต่างกัน โดยอาการไข้หวัดสายพันธุ์ A และอาการไข้หวัดสายพันธุ์ B มีความใกล้เคียงกันมาก เช่น ไข้สูง ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย และไอ จนไม่สามารถแยกได้จากอาการเพียงอย่างเดียว และมักถูกสับสนกับไข้หวัดธรรมดาในช่วงเริ่มต้น
         การเข้าใจความแตกต่างระหว่างไข้หวัดธรรมดากับไข้หวัดใหญ่ รวมถึงการสังเกตอาการไข้หวัดอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากมีอาการที่รุนแรงหรือไม่แน่ใจว่าเป็นชนิดใด การใช้ atk ไข้หวัดใหญ่ หรือชุดตรวจ influenza เพื่อคัดกรองเบื้องต้น จะช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงได้เร็วขึ้น และนำไปสู่การดูแลรักษาที่เหมาะสม ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และลดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ค่ะ

Website ของเรามีการเก็บ cookies เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ... อ่านเพิ่มเติม นโยบายคุกกี้

Close Popup