หลายคนเริ่มต้นวางแผนมีลูกด้วยการใช้ ที่ตรวจไข่ตก (Ovulation Test Kit) แต่กลับพบว่า ตรวจแล้ว…แต่ก็ยังไม่ท้อง สาเหตุหลักคือ วิธีนับวันไข่ตก จาก “การคาดเดา” ไม่ได้ใช้ข้อมูลจริงจากร่างกาย หรือไม่ได้ บันทึกผลตรวจเพื่อนำมาวิเคราะห์ โดยวิธีนับวันไข่ตกที่แม่นยำที่สุดคือ การเริ่มตรวจฮอร์โมน LH ในวันที่ 10 ของรอบเดือน และบันทึกผลจนกว่าจะเจอแถบสีเข้มเท่ากัน 2 ขีด ซึ่งหมายความว่าไข่จะตกภายใน 24-36 ชั่วโมง เพื่อวางแผนมีเพศสัมพันธ์ให้มีโอกาสตั้งครรภ์สูงที่สุด
วิธีนับวันไข่ตกให้แม่น ต้องใช้ “ข้อมูล + การบันทึก” ไม่ใช่แค่การเดา
วิธีนับวันไข่ตก การบันทึกผลตรวจตกไข่ต้องจดอะไรบ้าง?
วิธีนับวันไข่ตก คือการคำนวณช่วงเวลาที่ไข่จะตกในรอบเดือน เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ โดยสามารถทำได้จากการนับรอบเดือน หรือการใช้ ที่ตรวจไข่ตก (LH) ร่วมกับการบันทึกผล
การใช้ชุดตรวจไข่ตกอย่างเดียว อาจบอกแค่ “วันนี้มีโอกาส” แต่การบันทึกจะช่วยให้เห็นแนวโน้มของฮอร์โมน LH รู้วัน LH peak ที่แท้จริง นับวันไข่ตกได้แม่นในรอบถัดไป และวางแผนมีเพศสัมพันธ์ได้ตรงจังหวะ
![]()
เพื่อให้การนับวันไข่ตกมีประสิทธิภาพ ควรบันทึกข้อมูลดังนี้
1. วันที่ตรวจ / รอบเดือน
- วันที่ ใช้เรียง timeline ของฮอร์โมน LH ช่วยระบุว่า LH เพิ่มขึ้นวันไหน, peak วันไหน, ลดวันไหน
- รอบเดือนใช้ดูร่วมกับวันที่ เช่น วันที่ 12-14 ของรอบ มักเป็นช่วงใกล้ตกไข่
2. เวลาในการตรวจ
- แนะนำให้ตรวจเวลาเดิมทุกวัน จะเปรียบเทียบค่าได้แม่นยำขึ้น
- ถ้าตรวจคนละเวลา ค่า LH อาจคลาดเคลื่อน
3. ผลตรวจของชุดตรวจตกไข่ (Ovulation Test Kit)
- 1 ขีด = ยังไม่ใกล้ตกไข่
- 2 ขีดจาง = ฮอร์โมน LH เริ่มเพิ่มขึ้น แสดงว่าใกล้เข้าสู่ช่วง fertile
- 2 ขีดเข้ม (เท่าหรือมากกว่าเส้นควบคุม) = ฮอร์โมน LH อยู่ในช่วงสูงที่สุด (peak) แสดงว่า ไข่จะตกใน 24–36 ชม.
- เมื่อจดบันทึกต่อเนื่อง Pattern ที่ควรเห็นคือ ชุดตรวจไล่ระดับจาก ขีดจาง → เข้มขึ้น → เข้มสุด → จางลง
4. อาการอื่นๆของร่างกาย เช่น ตกขาว อาการปวดท้อง อุณหภูมิร่างกาย
- มูกใสเหมือนไข่ขาว = ช่วง fertile สูง (แสดงว่าใกล้ตกไข่)
- ปวดท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่ง = อาจจะเป็นวันตกไข่
- อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อย = มักเกิดหลังไข่ตก
5. วันที่มีเพศสัมพันธ์
- หากมีก่อนวันที่ ฮอร์โมน LH อยู่ในช่วงสูงที่สุด (peak) 1–2 วัน = โอกาสสูงสุด
- วัน LH peak → โอกาสสูง
- หลังไข่ตก → โอกาสต่ำ
วิธีนับวันไข่ตก และบันทึกผลตรวจตกไข่ให้แม่น (Step-by-Step)
1. ตรวจในเวลาเดียวกันทุกวัน เพื่อให้เปรียบเทียบค่า LH ได้แม่น
2. บันทึกผลทันทีหลังตรวจ ลดความผิดพลาด
3. ถ่ายรูปเก็บไว้ทุกครั้ง ใช้เปรียบเทียบความเข้มของเส้น
4. บันทึกต่อเนื่อง 2–3 รอบเดือน เพื่อดู pattern จริง
5. สรุปวัน LH peak ของแต่ละเดือน เพื่อใช้ในการนับวันไข่ตกในรอบถัดไป
ตัวอย่างการบันทึกผลตรวจตกไข่ (Template ใช้งานจริง)
![]()
วิธีวิเคราะห์ผลจากการบันทึกไข่ตก
1. หาวันที่ ฮอร์โมน LH สูงที่สุด (Peak) และระบุวันที่ไข่ตก
ให้ดูจากบันทึกของคุณว่า วันไหนที่เส้นตรวจที่ตรวจไข่ตก “เข้มที่สุด” อาจจะเข้มเท่าหรือมากกว่าเส้นควบคุม แสดงว่านั่นคือ วันที่ LH Peak หลังจากเจอวันที่ LH Peak แล้ว แสดงว่าไข่จะตกในช่วง 24–36 ชั่วโมงถัดไป
![]()
2. ดูแนวโน้ม (Trend) ย้อนหลัง
อย่าดูแค่วันเดียว ให้ดู pattern ซึ่งควรเป็นแบบนี้
- วันแรก → 1 ขีด
- วันที่สอง → 2 ขีดจาง
- วันที่สาม → 2 ขีดเข้ม (Peak)
- วันที่สี่ → จางลง
3. ใช้อาการร่างกายช่วยยืนยัน เช่น ตกขาว อาการปวดท้อง หรือ อุณหภูมิร่างกาย
- มูกใส (เหมือนไข่ขาว) = อยู่ในช่วงก่อน หรือช่วงไข่ตก
- ปวดท้องน้อย = อาจจะเป็นวันไข่ตก
- อุณหภูมิสูงขึ้น = อยู่ในช่วงหลังไข่ตก
4. เอาข้อมูลไป “วางแผนมีเพศสัมพันธ์”
- ก่อน LH Peak 2 วันควรเริ่มมีเพศสัมพันธ์
- ก่อน LH Peak 1 วัน สำคัญมากเป็นโอกาสสูงสุด ควรมีเพศสัมพันธ์
- วัน LH Peak ควรมีเพศสัมพันธ์ (เผื่อไว้)
ALLWELL ที่ตรวจตกไข่ ( Ovulation Test )
- ตรวจวัดระดับ LH ตั้งแต่ 25mIU/mL
- ทดสอบก่อนวันไข่ตกได้ 2 วัน
- Canadian Technology มีความแม่นยำ 99.99%
- สามารถอ่านผลได้ ภายใน 10 นาที
- มีให้เลือก 2 รูปแบบ
แบบปัสสาวะไหลผ่าน (Midstream)
แบบจุ่มทดสอบ (Strip)
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วิธีนับวันไข่ตก หรือการบันทึกไข่ตก
Q : การบันทึกไข่ตกต้องบันทึกกี่วัน?
A : ควรบันทึกตั้งแต่ก่อนช่วงตกไข่ประมาณ 4–5 วัน จนถึงหลัง LH peak
Q : ถ้าลืมบันทึก 1 วัน ต้องทำอย่างไร?
A : ให้บันทึกต่อเนื่องในวันถัดไป และใช้แนวโน้มโดยรวมช่วยวิเคราะห์
Q : ใช้แอปแทนการจดในสมุด หรือกระดาษได้ไหม?
A : ได้ แต่ควรใส่ข้อมูลให้ครบเหมือนการบันทึกในตาราง ไม่เชื่อแค่วันคาดการณ์ในแอปเพียงอย่างเดียว
Q : ชุดตรวจมีเส้นจางขึ้นที่แถบทดสอบ (T) ถือว่าอยู่ในช่วงตกไข่ไหม?
A : ยังไม่ใช่ช่วง LH peak ต้องรอจนเส้นเข้มเท่า หรือมากกว่าแถบควบคุม (C)
Q : ปัญหาที่ทำให้คนส่วนใหญ่นับวันไข่ตกผิด
A : มีหลายสาเหตุ เช่น นับวันตกไข่จากรอบเดือนอย่างเดียว / ไม่บันทึกผลตรวจ / อ่านค่า LH ผิด / ตรวจไม่ตรงเวลา
Q : มีเพศสัมพันธ์ในช่วงวันไหน ถึงมีโอกาสตั้งครรภ์มากที่สุด
A : ช่วงเวลาที่ควรมีเพศสัมพันธ์ คือ
- ช่วงก่อนวันตกไข่ 2 วัน = มีโอกาสตั้งครรภ์สูงมาก
- ก่อนตกไข่ 1 วัน = มีโอกาสตั้งครรภ์สูงที่สุด
- วันตกไข่ = มีโอกาสตั้งครรภ์