คุณกำลังสงสัยอยู่ใช่ไหมว่าอาการเหนื่อยง่าย อารมณ์แปรปรวน หรืออาการคลื่นไส้ที่กำลังเผชิญอยู่คือ อาการคนท้อง หรือเป็นแค่เพียงอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) กันแน่? การสังเกตสัญญาณเริ่มต้นของการตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อที่คุณจะได้เริ่มดูแลตัวเองและลูกน้อยในครรภ์ได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสมที่สุด
15 อาการคนท้อง ที่พบบ่อยที่สุดในช่วงแรก
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังการปฏิสนธิจะส่งผลต่อร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วง 1-4 สัปดาห์แรก นี่คือสัญญาณเตือนที่คุณสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง:
- ประจำเดือนขาด (Missed Period)
เป็นสัญญาณอันดับ 1 หากเลยกำหนดมาแล้ว 1-2 สัปดาห์ มีโอกาสสูงมากที่จะตั้งครรภ์ - เลือดล้างหน้าเด็ก (Implantation Bleeding)
เกิดจากตัวอ่อนฝังตัวที่ผนังมดลูก จะมีเลือดออกจางๆ เพียงเล็กน้อยและหยุดไปเองภายใน 1-2 วัน - คัดตึงเต้านมและหัวนมเปลี่ยนไป
หน้าอกจะรู้สึกหนักและเจ็บคล้ายตอนจะมีประจำเดือน แต่จะสังเกตเห็นเส้นเลือดดำชัดขึ้นและลานนมมีสีเข้มขึ้น - อ่อนเพลียและง่วงนอนตลอดเวลา
ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูงขึ้นมาก ทำให้คุณรู้สึกเหมือนพลังงานหมด แม้จะไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก - อาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
มักเกิดในช่วงเช้าหรือหลังทานอาหาร บางคนอาจเริ่มมีอาการตั้งแต่อาทิตย์ที่ 2 หลังปฏิสนธิ
- ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
การไหลเวียนของเลือดไปที่ไตเพิ่มขึ้น และมดลูกที่เริ่มขยายจะไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้คุณต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น - อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
หากคุณวัดอุณหภูมิร่างกายเป็นประจำ (BBT) แล้วพบว่าอุณหภูมิสูงต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์หลังไข่ตก นั่นคือสัญญาณการตั้งครรภ์ - ท้องอืดและระบบย่อยอาหารผิดปกติ
ฮอร์โมนทำให้กล้ามเนื้อเรียบในลำไส้คลายตัว ส่งผลให้การย่อยอาหารช้าลงและมีแก๊สในกระเพาะมาก - ท้องผูก
เมื่อการทำงานของลำไส้ช้าลง การขับถ่ายจึงทำได้ยากขึ้น เป็นหนึ่งในอาการที่แม่ท้องต้องเจอตั้งแต่ระยะแรก - อารมณ์แปรปรวน (Mood Swings)
เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ร้องไห้ง่าย หรือหงุดหงิดไม่มีสาเหตุ เนื่องจากระดับฮอร์โมนในสมองปรับตัวไม่ทัน - ได้กลิ่นไวเกินจริง
กลิ่นอาหาร กลิ่นน้ำหอม หรือแม้แต่กลิ่นตัวคนข้างๆ ที่เคยเฉยๆ อาจกลายเป็นกลิ่นที่ทนไม่ได้และชวนคลื่นไส้ - เวียนศีรษะและหน้ามืด
เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดและการลดลงของความดันโลหิต รวมถึงระดับน้ำตาลในเลือดที่เปลี่ยนแปลง - ปวดหลังส่วนล่าง
อาการปวดหลังอาจเริ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกๆ เพราะเอ็นยึดมดลูกเริ่มมีการยืดขยายตั - ปวดศีรษะบ่อย
การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนและการไหลเวียนโลหิตที่พุ่งสูงขึ้นอาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะตุบๆ ได้ - ความอยากอาหารเปลี่ยนไป
บางคนอาจอยากทานของเปรี้ยว ของแปลกๆ หรือในทางกลับกันอาจรู้สึกเบื่ออาหารที่เคยชอบมากๆ ไปเลย
5 อาการคนท้อง แปลกๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้
นอกเหนือจากอาการหลักแล้ว ยังมีสัญญาณอื่นๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม ซึ่งเป็น อาการคนท้องระยะแรก ได้เช่นกัน:
- ได้กลิ่นไวผิดปกติ (Hyperosmia)
จู่ๆ ก็เหม็นกลิ่นอาหารที่เคยชอบ หรือได้กลิ่นน้ำหอมแล้วรู้สึกคลื่นไส้ - ขมในคอ หรือรสชาติโลหะในปาก (Dysgeusia)
คุณแม่หลายท่านรู้สึกเหมือนมีรสโลหะอยู่ในปากตลอดเวลา - ตกขาวมากขึ้น
เป็นผลจากฮอร์โมนและการไหลเวียนเลือดไปที่บริเวณช่องคลอดมากขึ้น (ต้องเป็นสีขาวใสและไม่มีกลิ่นเหม็น) - สิวขึ้นหรือผิวคล้ำลง
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจทำให้ผิวหน้ามันขึ้นหรือเกิดฝ้ากระได้ง่าย - ฝันแปลกๆ หรือฝันแม่นยำ
เนื่องจากการหลับลึกที่เปลี่ยนแปลงไปและการทำงานของสมองในช่วงตั้งครรภ์
![]()
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับอาการคนท้อง
A : อาการคนท้องเริ่มมีกี่วันหลังจากมีเพศสัมพันธ์?
Q : โดยเร็วที่สุดคือประมาณ 10-14 วันหลังจากมีการปฏิสนธิ ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวอ่อนเริ่มฝังตัว
A : ไม่แพ้ท้องเลย ถือว่าปกติไหม?
Q : ปกติครับ งานวิจัยพบว่ามีผู้หญิงประมาณ 20-30% ที่ไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนเลยตลอดการตั้งครรภ์
A : เริ่มแพ้ท้องเร็วที่สุดเมื่อไหร่?
B : เร็วที่สุดคือสัปดาห์ที่ 4 (ช่วงที่ประจำเดือนขาด) แต่ส่วนใหญ่จะเริ่มชัดเจนในสัปดาห์ที่ 6 และจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 4 ของการตั้งครรภ์
A : ตรวจครรภ์ตอนไหนแม่นยำที่สุด?
Q : ควรตรวจหลังจากประจำเดือนขาดไปแล้ว 1 วัน โดยใช้ปัสสาวะแรกตอนเช้าซึ่งมีความเข้มข้นของฮอร์โมน HCG สูงสุด
A : ปวดท้องน้อยคล้ายประจำเดือนตอนท้องปกติไหม?
B : ปกติครับ เกิดจากมดลูกขยายตัวและตัวอ่อนฝังตัว แต่ต้องเป็นการปวดเล็กน้อย หากปวดรุนแรงหรือมีเลือดออกร่วมด้วยต้องรีบพบแพทย์
A : กินยาไปก่อนรู้ว่าท้อง อันตรายไหม?
B : ส่วนใหญ่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกจะไม่ส่งผลกระทบร้ายแรง แต่เมื่อรู้ว่าท้องแล้วควรหยุดยาทันที และนำชื่อยาไปปรึกษาแพทย์ที่รับฝากครรภ์ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
เตือน! เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ภัยร้ายที่คุณแม่ทุกคนควรระวัง เสี่ยงอันตรายทั้งแม่และลูก!!!
รู้หรือไม่ หญิง [...]
พ.ย.