สำหรับผู้ที่วางแผนจะมีบุตรหรือมีความกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ ตรวจครรภ์ตอนไหน ถึงจะทราบผลที่แน่นอน? การตรวจหาการตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปอาจทำให้เกิดผลลบปลอม (False Negative) ได้ บทความนี้จะเจาะลึกถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการใช้ ที่ตรวจครรภ์ รวมถึงอาการเริ่มต้นที่ควรสังเกตเพื่อให้คุณได้รับคำตอบที่แม่นยำที่สุด
ตรวจครรภ์ตอนไหน ให้ผลแม่นยำที่สุด?
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ คุณควรเลือกช่วงเวลาตรวจดังนี้:
1. ตรวจครรภ์หลังประจำเดือนขาด 1 สัปดาห์ : เป็นช่วงเวลาที่แนะนำมากที่สุด เพราะระดับฮอร์โมน hCG (Human Chorionic Gonadotropin) จะสูงพอที่อุปกรณ์ตรวจทั่วไปจะตรวจจับได้
2. ตรวจหลังมีเพศสัมพันธ์ 14 วัน : หากคุณจำรอบเดือนไม่ได้ ให้รออย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังจากมีเพศสัมพันธ์ เพื่อให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนตั้งครรภ์ในระดับที่วัดผลได้
3. ตรวจเร็วสุดได้เมื่อไหร่? : ปัจจุบันมีที่ตรวจครรภ์ชนิดไวพิเศษ (Early Detection) ที่สามารถตรวจได้ก่อนประจำเดือนมา 4-5 วัน แต่ความแม่นยำอาจลดลงเหลือประมาณ 60-75%
ทำไมต้องตรวจครรภ์ตอนเช้า? เคล็ดลับเพิ่มความแม่นยำ
การ ตรวจครรภ์ตอนเช้า (First Morning Urine) คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะปัสสาวะจะมีความเข้มข้นของฮอร์โมน HCG สูงที่สุด หากตรวจระหว่างวันและดื่มน้ำมากเกินไป อาจทำให้ปัสสาวะเจือจางและตรวจไม่พบการตั้งครรภ์ได้
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าควร ตรวจครรภ์ตอนไหน ให้ลองเช็คอาการเหล่านี้ประกอบ:
- ประจำเดือนขาด (Signs of missed period)
- คัดตึงหน้าอก หรือหัวนมมีสีเข้มขึ้น
- มีอาการพะอืดพะอม คลื่นไส้ (Morning Sickness)
- ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
- มีเลือดออกกะปริดกะปรอย (เลือดล้างหน้าเด็ก)
ประเภทของที่ตรวจครรภ์และการอ่านผล
- ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม (Test Strip) ราคาประหยัด ต้องใช้ถ้วยรองปัสสาวะ
- ที่ตรวจครรภ์แบบผ่าน (Midstream) ใช้งานสะดวก เพียงปัสสาวะผ่านแถบตรวจ
- ที่ตรวจครรภ์แบบหยด (Cassette) ช่วยลดโอกาสการเปื้อนและควบคุมปริมาณปัสสาวะได้ดี
ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม (Test Strip)
ที่ตรวจครรภ์แบบผ่าน (Midstream)
ที่ตรวจครรภ์แบบหยด (Cassette)
วิธีอ่านผลตรวจครรภ์: 1 ขีด 2 ขีด หมายความว่าอย่างไร?
- ขึ้น 2 ขีด (Positive): มีโอกาสตั้งครรภ์สูง (แนะนำให้พบแพทย์เพื่อฝากครรภ์)
- ขึ้น 1 ขีด (Negative): ไม่พบการตั้งครรภ์ (หากประจำเดือนยังไม่มา ให้รออีก 3-5 วันแล้วตรวจซ้ำ)
- ไม่ขึ้นขีดเลย หรือขึ้นขีดเดียวที่ตัว T: แผ่นตรวจเสียหรือใช้งานผิดวิธี
ปัจจัยที่ทำให้ผลตรวจครรภ์คลาดเคลื่อน (False Positive/Negative)
- การตรวจเร็วเกินไป: ฮอร์โมน HCG ยังไม่สูงพอ
- แผ่นตรวจหมดอายุ: ควรเช็ควันหมดอายุก่อนใช้งานเสมอ
- ยาบางชนิด: ยาฉีดกระตุ้นการตกไข่ที่มีส่วนผสมของ HCG
- ปัสสาวะเจือจาง: เกิดจากการดื่มน้ำเยอะก่อนตรวจ
สรุปตรวจครรภ์ตอนไหนให้ชัวร์ที่สุด
สรุปสั้นๆ คือการตรวจหลังจากประจำเดือนขาดไปแล้ว 1 สัปดาห์ คือช่วงที่ให้ความแม่นยำสูงสุดเกือบ 100% หากผลออกมาเป็นบวก (2 ขีด) ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าพบสูตินรีแพทย์เพื่อทำการ ตรวจเลือดตั้งครรภ์ เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เตือน! เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ภัยร้ายที่คุณแม่ทุกคนควรระวัง เสี่ยงอันตรายทั้งแม่และลูก!!!
รู้หรือไม่ หญิง [...]
พ.ย.