หลายคนมองว่า เบาหวานไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่รู้ไหมคะ? เมื่อเป็นเบาหวานแล้ว ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้แค่เพียงคุมเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หลายคนจึงมองหาวิธีคุมเบาหวาน วิธีลดเบาหวาน คุมเบาหวานไม่ใช่ยาอย่างไร หรือแม้แต่เบาหวานกินอะไรหาย เพื่อช่วยให้น้ำตาลในเลือดกลับมาสมดุล ซึ่งบทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญมาให้คุณแล้วค่ะ
วิธีคุมเบาหวาน เลือกทานยังไงให้ถูกต้อง
หนึ่งในวิธีคุมเบาหวานที่ผู้ป่วยบางคนมักละเลย คือเรื่องอาหารการกินค่ะ เพราะคิดว่ากินยาก็หายแล้ว ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เพราะเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถหายขาดได้ หากหวังเพียงแค่พึ่งยา แต่ไม่ควบคุมอาหาร ก็จะคุมเบาหวานไม่ได้ประสิทธิภาพค่ะ และอาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว
เพราะฉะนั้น ผู้ป่วยเบาหวานต้องรู้จักควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อคุมเบาหวานของตนเองให้คงที่ โดยวิธีคุมเบาหวาน และวิธีลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำได้ไม่ยากด้วยการเลือกทานอาหารที่ถูกต้องดังนี้ค่ะ
อาหารผู้ป่วยเบาหวานแบ่งเป็น 3 ประเภท
1. อาหารที่ควรเลี่ยง
![]()
- น้ำตาลทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทราย น้ำตาลอ้อย น้ำตาลก้อน น้ำตาลปี๊ป หรือแม้กระทั่งน้ำผึ้ง เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม เช่น น้ำอัดลม ชานมไข่มุก รวมไปถึงขนมหวานต่าง ๆ เช่น โดนัท
- ผลิตภัณฑ์ประเภทนม นมข้นหวาน นมเปรี้ยว นมปรุงแต่งรสหวาน โยเกิร์ตปรุงแต่งรสหวาน
- ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้เชื่อม ผลไม้กวน เช่น มะม่วงกวน กล้วยตาก พุทราเชื่อม รวมไปถึงผลไม้เชื่อมบรรจุกระป๋อง
- อาหารที่ปรุงด้วยไขมันอิ่มตัว เช่น แกงกระทิ หมูสามชั้น น้ำมันมะพร้าว ไขมันสัตว์ เนย ครีม ไขมันนม เป็นต้น
อาหารเหล่านี้ล้วนแต่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลักค่ะ จึงไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวานเท่าไหร่ค่ะ เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
ผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ
2. อาหารที่ทานได้แต่ต้องจำกัดปริมาณ
- อาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ อาหารเหล่านี้จะถูกย่อยเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาล ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย จึงไม่ควรงดหรือจำกัดมากเกินไป ควรทานให้เหมาะสมและพอดี หากจำกัดมากเกินไป อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลต่ำ และทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้
![]()
- ผลไม้ เนื่องจากผลไม้แต่ละชนิด มีปริมาณของคาร์โบไฮเดรตต่างกัน และคาร์โบไฮเดรตในผลไม้มักมาในรูปแบบน้ำตาล บางชนิดมีน้ำตาลมาก บางชนิดมีน้ำตาลน้อย ผลไม้ที่มีรสหวาน เมื่อทานไปจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรเลี่ยงทานผลไม้ที่มีรสหวานจัดค่ะ
3.อาหารที่ทานได้ไม่จำกัดปริมาณ
![]()
- ผักใบเขียว เนื่องจากผักมีแคลอรี่ต่ำ และมีใยอาหารสูง ทำให้ดูดซึมน้ำตาลได้ช้า และใยอาหารในผักยังช่วยดูดซับพลังงาน จากน้ำตาลไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดเร็วจนเกินไป ทำให้ร่างกายสามารถดึงพลังงานจากน้ำตาลไปใช้ได้อย่างพอดี ยกตัวอย่างเช่น
- ตำลึง ทีมผู้วิจัยจากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาด ได้ทำการค้นคว้าแล้วพบว่าตำลึงมีประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
- มะระขี้นก มีสาร charantin ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเบาหวาน กระตุ้นการหลั่งอินซูลินและยับยั้งการสร้างกลูโคส
- ฟักทอง ในงานวิจัยหนึ่งบอกว่าฟักทองมีน้ำตาลโพลีแซ็กคาไรด์ที่ตรึงอยู่กับโปรตีนภายใน มีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
- ชะพลู ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
- กะเพรา มีสารลดระดับน้ำตาลในเลือด ยับยั้งการเกาะกันของเกร็ดเลือด ช่วยลดไขมันในเลือด
- ว่านหางจระเข้ มีสารประเภท glycoprotein ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
และยังมีผักอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ผักเชียงคา ยอดข้าวโพด ใบฟักข้าว ผักกาดน้ำ ดอกกระเจียว ใบบัวบก เป็นต้น
องค์การอนามัยโลก ได้กำหนดปริมาณให้บริโภคผักและผลไม้ อย่างน้อย 400 กรัม ต่อวัน หากเป็นผักต้มสุกจะต้องเพิ่มเป็น 2 เท่า
เป้าหมายการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้เป็นเบาหวาน
- ระดับน้ำตาลก่อนทานอาหาร 90-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
- ระดับน้ำตาลหลังทานอาหาร 2 ชั่วโมง น้อยกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
- ระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 7%
เครื่องตรวจเบาหวาน ALLWELL
- ใช้งานง่ายเพียง 3 ขั้นตอน แม่นยำเกรดเดียวกับโรงพยาบาลใช้
- เชื่อมต่อบลูทูธผ่านแอป Allwell+ บนมือถือ เพื่อบันทึกผลและแสดงในรูปแบบกราฟ
- ตัวเครื่องบันทึกค่าการวัดได้ 400 ข้อมูล
- แจ้งเตือน Ketone เมื่อค่าสูงกว่า 240mg/dL
- มีปุ่ม Strip Ejector ปลดแผ่นตรวจโดยมือไม่สัมผัส
- อุปกรณ์ครบชุด แถมฟรีกระเป๋าพกพา
คุมเบาหวาน ด้วยการเลือกสูตรอาหารที่เหมาะสม
โภชนาการ ร่วมกับพลังงานที่ควรได้รับในแต่ละวัน โดยเลือกวัตถุดิบจากแต่ละกลุ่มมาประกอบเมนูอาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวานทั้ง 3 มื้อ/วัน เพื่อความคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงและมีพลังงานเพียงพอในการใช้ชีวิต
ที่มา:mgronline
- คาร์โบไฮเดรต 18 กรัม โปรตีน 2 กรัม เช่น เผือก มัน หรือพืชผักที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ถั่วต่างๆ (ไม่รวมถั่วเหลือง)
- คาร์โบไฮเดรต 20 กรัม ผลไม้ เช่น แก้วมังกร กล้วย
- โปรตีน 9 กรัม ไขมัน 5 กรัม เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ปลา หรือผลิตภัณฑ์จากนมถั่วเหลือง
- คาร์โบไฮเดรต 6 กรัม โปรตีน 4 กรัม ไขมัน 5 กรัม นมและผลิตภัณฑ์จากนม
- ไขมัน 9 กรัม ผลิตภัณฑ์จากไขมัน
- คาร์โบไฮเดรต 13 กรัม โปรตีน 5 กรัม ผัก เห็ด หรือสาหร่าย
คุมเบาหวานด้วยการปรับพฤติกรรม
การปรับพฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ก็นับเป็นวิธีคุมเบาหวาน และเป็นวิธีลดระดับน้ำตาลในเลือด ที่ได้ผลดีเช่นกันค่ะ โดยผู้ป่วยเบาหวานสามารถปฏิบัติตามนี้ได้เลยค่ะ
1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลงลงได้อย่างต่อเนื่อง หากผู้ป่วยเบาหวานหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. จิบน้ำบ่อย ๆ การปล่อยให้ตัวเองรู้สึกกระหายน้ำมากเกินไปจะทำให้อยากดื่มน้ำหวานเพื่อเพิ่มความสดชื่น ดังนั้นการดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ จิบน้ำบ่อย ๆ จะช่วยให้ร่างกายได้รับความชุ่มชื้นจากการดื่มน้ำช่วยให้ตับขับน้ำตาลส่วนเกินออกไปทางปัสสาวะ และยังเป็นการป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงขึ้น
![]()
3. ห้ามเครียด เพราะความเครียดเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกระตุ้นระดับน้ำตาลให้สูงขึ้น เมื่อเกิดความเครียด ฮอร์โมนคอร์ติซอ ฮอร์โมนที่ทำให้อยากของหวาน และฮอร์โมนกลูคากอน ที่ทำหน้าที่เผาพลาญคาร์โบไฮเดรต เพิ่มกลูโคสในกระแสเลือดจะหลั่งออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นเฉียบพลัน จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงไม่ควรเครียด
4. แบ่งทานเป็นมือเล็ก ๆ แต่บ่อยขึ้น การทานอาหารมื้อใหญ่อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ร่างกายได้รับน้ำตาลจากอาหารมากเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นได้ง่าย เพื่อเป็นการป้องกันระดับน้ำตาลสูง ให้แบ่งทานอาหารเป็นมื้อย่อยๆ 5 – 6 มื้อ ในปริมาณที่น้อยลง แต่ก็ทานบ่อยขึ้น
5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่ง ส่งผลให้รู้สึกอยากของหวาน เพื่อทำให้ร่างกายสดชื่นทำให้เสี่ยงต่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงและเสี่ยงภาวะอ้วน
6. ควบคุมน้ำหนัก ความอ้วนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ความอ้วนที่เกิดจากการทานคาร์โบไฮเดรตและไขมันมากเกินไป ส่งผลกระทบต่ออินซูลินในร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง การลดน้ำหนักจึงเป็นวิธีที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลไม่ให้สูง และช่วยให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น
7. ตรวจวัดระดับน้ำตาล การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอยู่เป็นประจำ จะช่วยให้เราสามารถทราบระดับน้ำตาลในเลือดของตนเองว่าสูงหรือต่ำเกินไปหรือไม่ และยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น และป้องกันอันตรายจากระดับน้ำตาลสูง
![]()
8. คุมพลังงาน ควบคุมพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ค่าความต้องการในแต่ละวัน มีค่าประมาณ 30 – 35 กิโลแคลอรี่/น้ำหนักตัวมาตรฐาน 1 กิโลกรัม หากเป็นผู้ที่มีภาวะอ้วนร่วมด้วย พลังงานที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันอาจลดเหลือ 20 – 25 กิโลแคลอรี่/น้ำหนักตัวมาตรฐาน 1 กิโลกรัม
สรุป ป่วยเบาหวาน คุมเบาหวานยังไง? ไม่ต้องพึ่งยา
เนื่องจากโรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การใช้ยาเพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถควบคุมเบาหวานได้ วิธีคุมเบาหวานที่ได้ผลควรเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ควบคู่กับการดูแลสุขภาพด้านอื่น ๆ ซึ่งแนวทางเหล่านี้จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้ในระยะยาวค่ะ