เครื่องพ่นละอองยา อุปกรณ์จำเป็นในการดำเนินชีวิตสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด

เครื่องพ่นละอองยา

        Nebulizer เครื่องพ่นละอองยาไฟฟ้า อุปกรณ์จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ อย่างเช่น โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ หรือโรคอื่นๆ เป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน เครื่องพ่นละอองยา ประเภทนี้ถูกผลิตออกมาหลายรูปแบบ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งในด้านการใช้งานและเก็บรักษา

เครื่องพ่นละอองยา

สารบัญเนื้อหา

  1. เครื่องพ่นละอองยา มีความจำเป็นอย่างไรสำหรับผู้ป่วยหอบหืด
  2. เครื่องพ่นละอองยาแบบ Nebulizer มีกี่แบบ
  3. 3. เครื่องพ่นละอองยาที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยหอบหืด
  4. พฤติกรรมที่ผู้ป่วยโรคหอบหืดควรหลีกเลี่ยง
  5. การป้องกันโรคหอบหืด

เครื่องพ่นละอองยา มีความจำเป็นอย่างไรสำหรับผู้ป่วยหอบหืด

            โรคหอบหืดเป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม และผนังหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นมากผิดปกติ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม โรคภูมิแพ้ สารเคมี ไซนัสอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น ส่งผลให้มีอาการหายใจไม่สะดวกและมีเสียงหวีดเมื่อหายใจ ไอเรื้อรัง  มีอาการแน่นหน้าอกโดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือช่วงเช้ามืด เครื่องพ่นละอองยาจึงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

           ซึ่งเครื่องพ่นละอองยาสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืดจะมีหลายประเภท แต่ในบทความนี้จะขอกล่าวถึงเครื่องพ่นยาแบบ Nebulizer เนื่องจากเป็นเครื่องพ่นละอองยาที่กำลังได้รับความนิยม มีประโยชน์หลายประการ เนื่องจากตัวเครื่องมีคุณสมบัติในการทำให้ตัวยามีละอองขนาดเล็ก ส่งผลให้ตัวยาเข้าไปถึงชั้นปอดอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และยังถูกออกแบบให้มีเครื่องเล็ก กะทัดรัด และเก็บรักษาได้ง่าย และที่สำคัญผู้ป่วยยังสามารถผสมยาพ่นเองได้ที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาล แต่ทั้งนี้การเลือกใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

 

 

           ดังนั้นเครื่องพ่นละอองยาจึงถือเป็นอุปกรณ์จำเป็นของผู้ป่วยโรคหอบหืดที่ควรมีติดบ้านไว้ ซึ่งเครื่องพ่นยาแบบ Nebulizer สามารถใช้ได้ทั้งกับยารักษาโรคหืดชนิดที่ออกฤทธิ์เร็วและชนิดที่ออกฤทธิ์ยาวนาน โดยแพทย์จะแนะนำตัวยาที่ใช้ตามปัจจัยด้านสุขภาพและความรุนแรงของโรค

เครื่องพ่นยา

เครื่องพ่นละอองยาแบบ Nebulizer มีกี่แบบ

            เครื่องพ่นละอองยา Nebulizer สำหรับผู้ป่วยหอบหืด แบ่งออกเป็นหลายรูปแบบแต่มี 2 รูปแบบที่กำลังได้รับกำลังได้รับความนิยม คือ

เครื่องพ่นยา

1. Compressor Nebulizer เป็นเครื่องพ่นยาแบบอัดอากาศที่ทำให้ยาแตกตัวเป็นละอองฝอย นิยมมีติดไว้ที่บ้าน เพราะตัวเครื่องมักมีขนาดใหญ่ จึงไม่เหมาะแก่การพกพา แต่เหมาะกับการใช้งานกับเด็กเพราะมีหน้ากากรัดไว้ไม่ต้องถือเอง

เครื่องพ่น

2. Mesh Nebulizer เป็นเครื่องพ่นยาที่ใช้หลักการสั่นจนทำให้ยาแตกตัวเป็นละอองฝอยผ่านตะแกรงถี่ โดยส่วนใหญ่เครื่องจะทำงานโดยอาศัยแหล่งพลังงานจากภายนอกอย่างแบตเตอรี่ ข้อดีของเครื่องชนิดนี้ คือ ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก เสียงเบา และพกพาง่าย

ทั้งนี้การเลือกใช้เครื่องพ่นยา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งควรเลือกใช้เครื่องที่มีคุณภาพและมาตรฐานการรับรองจากแพทย์ และถ้าจะให้ดีก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทีออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา พกพาง่าย เพราะจะสามารถใช้งานได้ทั้งในบ้านนำไปใช้ตามสถานที่ต่างๆได้ด้วย

 

สั่งซื้อเครื่องพ่นละอองยา CLICK

 

เครื่องพ่น

การดูแลรักษาเครื่อง Nebulizer

           ควรล้างเครื่องพ่นละอองยาหลังจากใช้งานทุกครั้ง และฆ่าเชื้อเครื่องพ่นยาทุก ๆ 3 วัน เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคอื่น ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยมีวิธีการ ดังนี้

1.การล้างอุปกรณ์ต่าง ๆ ถอดหน้ากากและเครื่องทำฝอยละอองออกจากตัวเครื่องอัดอากาศ แล้วล้างทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจานสูตรอ่อน ๆ จากนั้นจึงนำมาตากบนผ้าสะอาดและปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง โดยไม่จำเป็นต้องถอดท่อคอมเพรสเซอร์ออกมาล้างทำความสะอาดด้วย

2.การฆ่าเชื้อ ถอดหน้ากากและเครื่องทำฝอยละอองออกจากตัวเครื่องอัดอากาศ แล้วล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่แพทย์แนะนำให้ใช้ หากไม่มีน้ำยาฆ่าเชื้อ ให้ล้างด้วยน้ำผสมกับน้ำส้มสายชูแทน โดยใช้น้ำส้มสายชู 1 ส่วนต่อน้ำอุ่น 3 ส่วน จากนั้นให้แช่น้ำยาฆ่าเชื้อทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือตามเวลาที่ระบุไว้บนฉลาก เมื่อถึงเวลาที่กำหนดแล้ว ให้นำมาล้างด้วยน้ำอุ่นอีกครั้งและตากไว้บนผ้าสะอาดแล้วปล่อยให้แห้ง

เครื่องพ่น

เครื่องพ่นละอองยาที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยหอบหืด

            ในปัจจุบันมีหลายบริษัททางการแพทย์ที่ผลิตและนำเข้าสินค้าเครื่องพ่นละอองยา หรือเครื่องพ่นละอองยาสำหรับผู้ป่วยหอบหืดเข้ามาจำหน่าย และสินค้าที่ได้รับการจัดอยู่ในอันดับต้นๆของสินค้าเครื่องพ่นละอองยาที่ดีและมีคุณภาพ ได้แก่ เครื่องพ่นละอองยารุ่น Miko และ Minimax สินค้านำเข้าจากประเทศอิตาลี ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ ได้แก่

เครื่องพ่น

1.CA-MI เครื่องพ่นละอองยารุ่น Miko

          เครื่องพ่นละอองยาคุณภาพจากอิตาลี รุ่น MIKO เป็นสินค้าที่ผ่านการรับรอง ISO มากมายและรับรองคุณภาพจากเยอรมัน โดยรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ สามารถทำละอองยาได้เล็กถึงขนาด 2.44 ไมครอน ทำให้ยาสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้เร็วสามารถพ่นใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดพักเครื่อง

         นอกจากนี้ ระบบพ่นยาแบบ HI-FLO Jet โดยมีแรงพ่นสูงสุดถึง 13 ลิตร/นาที มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาง่าย ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่สำคัญเครื่องยังมีเสียงเบาไม่เกิน 56 เดซิเบล

พ่นยา

2.CA-MI เครื่องพ่นละอองยารุ่น Minimax

        เครื่องพ่นละอองยารุ่น Minimax เป็นสินค้านำเข้าจากอิตาลีที่ผ่านการรับรองจาก ISO และอีกมามายมากมาย ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่สามารถทำละอองยาได้เล็กถึงขนาด 2.44 ไมครอน ทำให้ยาสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้เร็วและสามารถพ่นใช้งานต่อเนื่อง 20 นาที พักเครื่อง 40 นาที

       มีระบบพ่นยาแบบ HI-FLO Jet โดยมีแรงพ่นสูงสุดถึง 14 ลิตร/นาที มีขนาดเล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาง่าย ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่สำคัญเครื่องยังมีเสียงเบาไม่เกิน 60 เดซิเบล

ห้ามทำ

พฤติกรรมที่ผู้ป่วยโรคหอบหืดควรหลีกเลี่ยง

       อย่างเราทราบกันดีว่าผู้ป่วยโรคหอบหืดเป็นโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ ที่ต้องพึ่งเครื่องพ่นละอองยาอยู่เป็นประจำ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าสำคัญบุคคลที่มีโรคประจำตัวย่อมมีข้อห้ามในเรื่องต่างๆ เนื่องจากในบางพฤติกรรมอาจส่งผลให้อาการป่วยแย่ลงได้ ซึ่งพฤติกรรมที่ผู้ป่วยโรคหอบหืดควรหลีกเลี่ยงได้แก่

  1. พักผ่อนน้อย หรือนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอต่อความเหมาะสมของร่างกาย
  2. โหมงานหนัก หรือออกกำลังกายอย่างหนักเกินไป
  3. รับประทานหรือสูดดมสิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น ฝุ่น ถั่ว เกสรดอกไม้ เป็นต้น
  4. ใช้ยาพ่นเกินขนาด หรือเกินจำนวนครั้งที่แพทย์กำหนด
  5. ทานอาหารที่มีซัลไฟต์ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีคุณสมบัติไปกระตุ้นสารก่อภูมิแพ้ในร่างกาย เช่น ผลไม้แห้ง ผักดอง สีผสมอาหาร ผงชูรส
  6. สูบบุหรี่
  7. ไม่ดูแลสุขภาพ เมื่อมีอาการไข้หวัดหรือหลอดลมอักเสบก็รอให้หายเอง ไม่ไปพบแพทย์ ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้มีความเสี่ยงที่จะทำให้มีอาการหอบหืดกำเริบรุนแรงได้
  8. อยู่ในพื้นที่แออัด อากาศอับชื้น หรือสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด

       สำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืดนอกจากเครื่องพ่นละอองยาที่เป็นสิ่งสำคัญแล้ว การออกกำลังกายก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน แต่สำหรับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรง และหักโหมเกินไปก็อาจจะไม่เหมาะสมนัก จึงควรเลือกกานออกกำลังกายโดยการเล่นโยคะ ว่ายน้ำ เดิน รำมวยไทเก๊ก วิ่ง ปั่นจักรยาน เป็นต้น

ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย

  • ควรอบอุ่นร่างกายอย่างน้อย 15 นาที และควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งว่าสามารถออกกำลังกายประเภทใดได้บ้าง
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่เป็นการแข่งขัน
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีอุณภมิต่ำหรือสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท
  • ควรมีคนติดตามอยู่ด้วย และอย่าลืมพกยาติดตัวทุกครั้งที่ออกจากบ้าน
  • หยุดการออกกำลังกายทันทีเมื่ออาการกำเริบกะทันหัน
  • อบอุ่นร่างกายอีกครั้งหลังจากออกกำลังกายเสร็จ จะช่วยลดความเสี่ยงของอาการหอบหลังการออกกำลังกายได้

การป้องกัน

การป้องกันโรคหอบหืด

        ซึ่งในปัจจุบันอาจจะยังไม่มีวิธีป้องกันโรคหอบหืด แต่ผู้ป่วยสามารถสังเกตอาการของตนเอง ควบคุมไม่ให้กำเริบ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ โดยการดูแลตนเองและให้ความร่วมมือกับแพทย์อย่างเคร่งครัด

การป้องกันและควบคุมอาการของโรคหอบหืด สามารถทำได้ดังนี้

  1. ตรวจสอบการหายใจ ผู้ป่วยควรสังเกตอาการ หรือสัญญาณเบื้องต้นก่อนที่อาการหอบจะกำเริบ เช่น การไอ หายใจมีเสียง หายใจสั้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยสังเกตอาการได้ดียิ่งขึ้น
  2. รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันปอดบวม เพื่อป้องกันการเกิดโรคเหล่านี้ที่เป็นตัวกระตุ้นอาการของโรคหอบหืด
  3. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นโรค หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ที่เป็นสารกระตุ้นให้อาการกำเริบ
  4. ไปตรวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเพื่อบรรเทาอาการของโรคให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข
  5. ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโรค เช่น วิธีการใช้ยาที่ถูกต้อง การใช้อุปกรณ์พ่นยา การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี
  6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกหลักทางโภชนาการ เลือกรับประทานอาหารที่ช่วยลดการอักเสบและการอุดตันบริเวณทางเดินหายใจ ได้แก่ ผักผลไม้สด เมล็ดธัญพืช เนื้อปลา ดื่มน้ำสะอาดมากๆ

สรุป

            เครื่องพ่นละอองยา เป็นเพียงตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกขึ้น แต่ไม่ได้สามารถรักษาโรคหอบหืดให้หายขาดได้ ดังนั้นผู้ที่ป่วยไม่ควรละเลยต่อการไปพบแพทย์ตามนัด และดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมาก สามารถใช้ชีวิตอย่าปกติสุขได้

 

ใส่ความเห็น