fbpx

กาฬโรค หรือ Black death โรคระบาดร้ายแรงในอดีตที่ต้องเฝ้าระวัง!

กาฬโรค

         หากพูดถึงโรคระบาดร้ายแรงในอดีต อีกหนึ่งโรคที่อยู่ในลิสต์คงหนีไม่พ้น กาฬโรค หรือ กาฬมรณะ หรือ ที่คร่าชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วน นับเป็นโรคระบาดร้ายแรงที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์  ความน่ากลัวของโรคนี้ทำให้ทั่วโลกขนานนามชื่อมันว่า “Black Death” แต่ในปัจจุบันสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ

         และในสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศจีนได้ประกาศ เตือนภัยระดับ 3  หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อ 1 คนในมองโกเลีย องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศถึงกรณีนี้ว่า การแพร่ระบาดของกาฬโรคในจีนนั้นยังไม่พบสัญญาณอันตรายของการระบาดดังกล่าว ซึ่งจีนได้มีมาตรการรับมืออย่างดี ด้วยการยกระดับคำเตือนในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยทันที ซึ่ง WHO กำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นจีน แม้จะยังไม่พบสัญญาณอันตราย แต่ก็ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

กาฬโรค

สารบัญเนื้อหา

 


กาฬโรค คือ อะไร

         กาฬโรค คือ โรคระบาดรุนแรงถึงชีวิตที่มีสาเหตุมาจาก แบคทีเรีย เยอร์ซีเนีย เพสติส (Yersinia Pestis) ที่อาศัยอยู่ในสัตว์ฟันแทะขนาดเล็ก เช่น มาร์มอต หนู กระรอก รวมไปถึงหมัดที่อาศัยอยู่บนตัวของสัตว์เหล่านี้ และมีหมัดหนูเป็นพาหะนำโรค แพร่สู่มนุษย์ และกาฬโรคยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวยุโรปเสียชีวิตในช่วงยุคมืด  Black Death นอกจากนี้หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที  อาจทำให้เสียชีวิตได้

 

black death


การติดต่อของ กาฬโรค

         กาฬโรค มักมีการแพร่ระบาดในหนู เมื่อหนูตาย หมัดหนูที่มีเชื้อจะกระโดดไปยังสัตว์ชนิดอื่น หรือคน และเมื่อถูกกัดจะถูกปล่อยเชื้อใส่ หรืออาจเกิดจากการหายใจเอาละอองเสมหะของผู้ที่มีเชื้อ หรือจากสัตว์ที่มีเชื้อ เข้าไปทางจมูก ปาก  มักเกิดขึ้นในพื้นที่ประชากรแออัด การดูแลความสะอาด จึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก ในการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดเชื้อ


ลักษณะอาการของ กาฬโรค

         กาฬโรคจะแสดงอาการตามลักษณะของชนิดที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

  1. กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง

         มักมีสาเหตุมาจาก การถูกหมัดที่มีเชื้อกัด ผู้ป่วยจะมีอาการ หนาวสั่นกะทันหัน และมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อ่อนเพลีย  ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองบวม ขนาดประมาณไข่ไก่ และเจ็บ หรือมีอาการไวต่อความรู้สึก ในบริเวณจุดใดจุดหนึ่งของ ร่างกาย เช่น คอ รักแร้ หรือขาหนีบ หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เชื้อแพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้  

black death

  1. กาฬโรคปอด

         ผู้ป่วยกาฬโรคชนิดนี้ เกิดขึ้นจากการที่ผู้ป่วยหายใจเอาละอองเชื้อเข้าไป หรือเกิดจากแบคทีเรียแพร่กระจายเข้าสู่ปอด จะมีอาการ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย มีไข้  คลื่นไส้ อาเจียน และมีอาการปอดบวมอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วย เจ็บหน้าอก ไอ หายใจตื้น ในผู้ป่วยบางรายอาจมีน้ำมูกหรือน้ำมูกปนเลือด อาจทำให้การหายใจล้มเหลว หรือช็อกได้ภายใน 2 วัน หลังจากติดเชื้อ ซึ่งกาฬโรคชนิดนี้ มีความรุนแรงที่สุดและสามารถแพร่เชื้อเข้าสู่คนได้

  1. กาฬโรคแบบโลหิตเป็นพิษหรือติดเชื้อในกระแสเลือด

         มักมีสาเหตุ มาจากผู้ป่วยไปสัมผัสสัตว์ที่มีเชื้อ หรือถูกหมัดที่มีเชื้อกัด และยังสามารถเกิดได้จากกาฬโรคต่อมน้ำเหลือง กาฬโรคปอด ที่ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมได้เช่นกัน ผู้ป่วยกาฬโรคชนิดนี้ จะมีอาการ อ่อนเพลียอย่างรุนแรง มีไข้หนาวสั่น ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน  ช็อก และมีเลือดออกตามผิวหนัง หรืออวัยวะอื่น ๆ เช่น จมูก ปาก ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อของร่างกายบางส่วน ตายและเปลี่ยนเป็นสีดำ  เช่น จมูก นิ้วมือ และ นิ้วเท้า เป็นต้น กาฬโรคชนิดนี้มีความรุนแรง หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจนถึงขั้นเสียชีวิตได้


การป้องกัน กาฬโรค ด้วยตัวเอง

         กาฬโรคหรือ Black death แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีวัคซีนในการป้องกัน แต่สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และสามารถป้องกันตัวเองจากกาฬโรคได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • กำจัดพาหะนำเชื้อสัตว์ฟันแทะ ในบริเวณพื้นที่พักอาศัยและที่ทำงาน โดยกำจัดแหล่งพื้นที่ที่สัตว์เหล่านี้อาจมาสร้างรัง และกำจัดหมัดหนูด้วยยาฆ่าแมลง ระวังอย่าให้โดนหมัดหนูกัด
  • สวมถุงมือทุกครั้ง เมื่อต้องสัมผัสสัตว์ที่สงสัยว่าอาจมีเชื้อ ป้องกันการสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง
  • จัดการที่อยู่อาศัยไม่ให้รก แออัด กำจัดขยะมูลฝอยที่อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์หนู
  • หากมีสัตว์เลี้ยง ให้หมั่นกำจัดหมัดเป็นระยะ
ไวรัสโคโรน่า
ไวรัสโคโรน่า


การระบาดของ กาฬโรค ในอดีต

         กาฬโรคหรือที่เราเรียกกันว่า Black death ในอดีตเคยเกิดการระบาดใหญ่ขึ้นทั้งหมด 3 ครั้ง ดังนี้

  • ครั้งที่ 1 คริสต์ศตวรรษที่ 6 Plague of justinian การระบาดครั้งนี้ เริ่มขึ้นที่ประเทศอียิปต์ไปสู่ทวีปยุโรป สร้างความรุนแรง โดยเฉพาะกรุงคอนสแตนติโนเปิล มีผู้เสียชีวิตมากถึงวันละหมื่นคน และมีการระบาดติดต่อกัน เป็นระยะยาวนานถึง  50 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าล้านคน  
  • ครั้งที่ 2 คริสต์ศตวรรษที่ 14 The Black Death หรือ กาฬมรณะ การระบาดครั้งนี้ เริ่มขึ้นที่ต้อนใต้ของประเทศอินเดียและประเทศจีน ผ่านเข้าประเทศอียิปต์ และเข้าสู่ยุโรป มีการระบาดในประเทศอิตาลี เมื่อปี พ.ศ.1889 เรียกว่า Great Mortality ซึ่งระบาดเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง ตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 15 16 และ 17 และในปี พ.ศ. 2208 ได้มีการระบาดที่ลอนดอน มีผู้เสียชีวิตมากถึง 6 หมื่นคน จากประชากรจำนวนทั้งหมด  450,5000 คน  โดยเรียกการระบาดครั้งนี้ว่า Plague of London เป็นการระบาดครั้งใหญ่ในยุโรป มีผู้เสียชีวิตมากถึง 25 ล้านคน 
  • ครั้งที่ 3 เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2439 เป็นการระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลก มีการระบาดเข้าสู่ประเทศสิงคโปร์ ไทย และฟิลิปปินส์  ฮาไอวี อารเบีย เปอร์เซีย เตอร์กี อียิปต์ และแอฟริกาตะวันตก ไปยังรัสเซียและทวีปยุโรป เข้าสู่อเมริกาเหนือและเม็กซิโก ซึ่งในรายงานปี พ.ศ. 2443-2554 มีผู้เสียชีวิตมากถึง 60,000 คน ในภาคตะวันออกของประเทศจีน และในช่วงปี พ.ศ. 2453 – 2454  มีผู้เสียชีวิตมากถึง 10,000 คน ในแมนจูเลีย และต่อมามีรายงานการระบาด ที่ประเทศรัสเซียและรัฐแคลิฟอร์เนีย

 

สรุป  

         แม้กาฬโรค จะจัดเป็นโรคระบาดร้ายแรงในอดีต แต่ในปัจจุบัน สามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และการระบาดในจีนยัง ไม่ใช่การระบาดครั้งใหญ่ ซึ่งประเทศจีนได้มีมาตรการรับมืออย่างดี และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมกัน WHO เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามมากขึ้น

ใส่ความเห็น