คนไทยกว่า 90% เสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน ข้อมูลจากนายแพทย์เทพรักษา เหมพรหมราช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ส่งผลให้การใช้ชีวิตยากมากขึ้นไปอีก ซึ่งผู้สูงอายุที่กระดูกพรุน ควรจะต้องได้รับการดูแลมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายจากการเคลื่อนไหวร่างกาย จากภาวะของโรคกระดูกพรุน และช่วยให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้นค่ะ
โรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ ใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนมากที่สุดก็คือ ผู้สูงอายุ ค่ะ ส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้สูงอายุเพศหญิงที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าผู้สูงอายุเพศชาย รวมไปถึงผู้หญิงที่หมดประจำเดือนไวผิดปกติ และผู้หญิงที่มีการผ่าตัดรังไข่ทิ้งก่อนอายุ 45 ปี ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้เช่นกันค่ะ

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดที่รุนแรง แต่ก็ส่งผลเสียในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของผู้สูงอายุได้ แม้เพียงไอ จาม หรือหกล้มเล็กน้อย ผู้สูงอายุบางรายอาจมีอาการปวดหลัง หลังค่อม และเคลื่อนไหวได้ลำบากมากขึ้นด้วยค่ะ
โรคกระดูกพรุน สามารถแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 : ระยะเริ่มต้นที่มวลกระดูกเริ่มลดลง มักเกิดกับผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน ผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการอะไรออกมา ซึ่งสามารถตรวจสอบความเสี่ยงของการเกิดโรคได้โดยการวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก
ระยะที่ 2 : ระยะกระดูกพรุนชนิดรุนแรง พบได้ในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ในระยะนี้กระดูกจะมีความโปร่งบางมาก กระดูกสันหลังหักยุบ หรือกระดูกสะโพกหัก จะมีอาการปวดหลัง หลังโก่งค่อม และสังเกตได้ว่าส่วนสูงจะลดลง ในบางครั้ง อาการปวดหลังอาจจะร้าวมาถึงหน้าอก ปวดเมื่อยตามร่างกาย ทานข้าวได้น้อยลง ท้องอืด แน่นท้อง รวมไปถึงกระดูกแตกหักง่ายกว่าปกติ
อะไรเป็นสาเหตุของโรคกระดูกพรุน? ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม
สาเหตุหลักของการเกิดโรคกระดูกพรุน มีหลายปัจจัยเลยค่ะ เมื่อเราทราบถึงสาเหตุถึงการเกิดโรคแล้ว จึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ เพื่อป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนในอนาคต สาเหตุของการเกิดโรคกระดูกพรุน ได้แก่

- การขาดแคลเซียม ไม่ได้รับแคลเซียมที่เพียงพอต่อความเหมาะสมของร่างกาย โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงวัยเด็ก จนถึงวัยหนุ่มสาว ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ควรสร้างความหนาแน่นของกระดูกมากที่สุด
- พันธุกรรม จะต้องพิจารณาถึงคนในครอบครัว ว่ามีประวัติโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ถ้ามี โอกาสที่ลูกหลานจะมีอาการเช่นกันนั้นจะสูงถึง 80%
- การใช้ยา การใช้ยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ อาจนำไปสู่การลดความหนาแน่นของกระดูก ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้
- การสูบบุหรี่และการดื่มสุราเป็นประจำ สองสิ่งนี้ จะลดประสิทธิภาพการดูดซึมแร่ธาตุแคลเซียมในร่างกาย ทำให้กระดูกเสื่อมลงและหดลงเร็วกว่าคนปกติ
- คาเฟอีน การดื่มกาแฟมาก ๆ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม ชา โกโก้ เป็นต้น ก็ทำให้กระดูกเสื่อมง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน
- ฮอร์โมน การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ทำให้ประสิทธิภาพในการดูดซึมแคลเซียมในร่างกายลดลง เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้
โรคกระดูกพรุนสามารถป้องกันได้ ถ้ารู้จักดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี
การป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน
การดูแลตัวเอง หรือคนรอบข้าง ให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ นับว่าเป็นการป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนได้ และครอบครัวใดที่มีผู้สูงอายุอยู่ในบ้าน แม้ว่าจะไม่ได้มีภาวะของโรคกระดูกพรุน หรือไม่มีอาการของโรคกระดูกพรุนเลย แต่การดูแลผู้สูงอายุอย่างเหมาะสมและการตรวจสุขภาพประจำปี ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ได้นะคะ

แต่หากเป็นไปแล้ว การรักษาโรคกระดูกพรุน หลัก ๆ สามารถทำได้ 2 วิธี ขึ้นอยู่สภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรับคำแนะนำ และแนวทางการรักษาที่ถูกต้องจะดีที่สุด โดยวิธีการรักษา ได้แก่
1.การรักษาโดยไม่ใช้ยา ทำได้โดยการดูแลสุขภาพตนเอง ตามหลักการที่นำเสนอไว้ในหัวข้อข้างต้น ดูแลในเรื่องของการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีให้เพียงพอ ร่วมกับการออกกำลังกายเป็นประจำค่ะ
2.การรักษาโดยการใช้ยา วิธีนี้ต้องได้รับคำแนะนำอย่างเหมาะสมจากแพทย์ เนื่องจากยารักษาโรคกระดูกพรุนมีหลายชนิด และแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ตามความรุนแรงของโรคและความเหมาะสมของแต่ละบุคคลค่ะ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน
ได้ค่ะ ถึงแม้ว่าจะพบในผู้หญิงได้มากกว่า แต่ผู้ชายก็สามารถเป็นได้เช่นกันค่ะ โดยปัจจัยเสี่ยงจะมาจากการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ค่ะ
ไม่เหมือนกันค่ะ โรคกระดูกพรุนเป็นภาวะที่มวลกระดูกลดลง ทำให้กระดูกเปราะและหักง่าย ส่วนโรคข้อเสื่อมเกิดจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนบริเวณข้อ ทำให้ปวดข้อ ข้อฝืด และเคลื่อนไหวลำบาก
การดื่มนมช่วยเพิ่มแคลเซียมให้ร่างกายค่ะ แต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมและวิตามินดีสูงควบคู่กับการออกกำลังกายไปด้วยค่ะ
โรคกระดูกพรุนไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ค่ะ แต่สามารถชะลอการสูญเสียมวลกระดูกได้ ด้วยการใช้ยาตามแพทย์สั่ง การเลือกรับประทานอาหาร และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
จริงค่ะ เมื่อกระดูกสันหลังเกิดการยุบตัวจากภาวะกระดูกพรุน อาจทำให้ส่วนสูงลดลง หลังค่อม และมีอาการปวดหลังเรื้อรังได้
สรุป โรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ เรื่องใกล้ตัวที่ควรรู้ก่อนสายเกินไป
ปัญหาของโรคกระดูกพรุน อาจจะไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่การดูแลป้องกันไม่ให้เกิดย่อมดีกว่า ดังนั้น อย่าลืมดูแลตัวเองและคนในครอบครัว ให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และอย่าลืมไปตรวจสุขภาพประจำปีกันด้วยนะคะ

