โรค NCDs คืออะไร? รวมกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่คนไทยเป็นมากที่สุด

โรค NCDs

        โรค NCDs คือ กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases) ซึ่งไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่เป็นโรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมสะสมเป็นเวลานาน ปัจจุบันกลุ่มโรค NCDs กลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทยและประชากรโลก

        จากข้อมูลสถิติสาธารณสุข พบว่าคนไทยเสียชีวิตจากกลุ่ม โรค NCDs เฉลี่ยสูงถึง ชั่วโมงละ 37 คน หรือประมาณ 320,000 คนต่อปี ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 75 ของการเสียชีวิตทั้งหมด

        ปัจจัยที่น่ากลัวที่สุดคือ “ค่าเฉลี่ยอายุของผู้ป่วยลดน้อยลง” จากเดิมที่เป็นโรคของผู้สูงอายุ ปัจจุบันพบในกลุ่มวัยทำงานมากขึ้น เนื่องจากการบริโภค “หวาน มัน เค็ม” เกินมาตรฐาน และพฤติกรรมติดหน้าจอ

โรค NCDs มีอะไรบ้าง?
ส่อง 5 โรคยอดฮิตที่คนไทยเป็นกันเยอะ

      หากคุณสงสัยว่ากลุ่ม โรค NCDs คือ โรคประเภทไหนบ้าง โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับระบบการทำงานภายในร่างกายที่เสื่อมสภาพลง ดังนี้

โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง (Cardiovascular Diseases)
เกิดจากการตีบตันหรือแตกของหลอดเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจหรือสมองไม่เพียงพอ

อาการ: เจ็บหน้าอกร้าวไปที่แขน, ปากเบี้ยว, แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก, พูดไม่ชัด
ความเสี่ยง: หากรักษาไม่ทันท่วงทีอาจนำไปสู่ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือหัวใจล้มเหลว

โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)
ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลินหรือดื้อต่ออินซูลิน

อาการ: ปัสสาวะบ่อย (โดยเฉพาะตอนกลางคืน), หิวน้ำบ่อย, แผลหายช้า, ตามัว
ความเสี่ยง: หากคุมไม่ได้จะเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นตา หรือไตวาย

โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)
ภาวะแรงดันในหลอดเลือดแดงสูงเกินปกติ (140/90 mmHg ขึ้นไป)

อาการ: มักไม่มีอาการแสดงในช่วงแรก (จึงถูกเรียกว่า มัจจุราชเงียบ) แต่อาจมีอาการปวดท้ายทอยหรือเวียนศีรษะ
ความเสี่ยง: เป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดสมองแตก

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
การอักเสบของระบบทางเดินหายใจ ทำให้น้ำเมือกอุดตันและถุงลมโป่งพอง

อาการ: ไอเรื้อรัง มีเสมหะ เหนื่อยหอบง่ายเวลาทำกิจกรรม
ความเสี่ยง: มีโอกาสเกิดมะเร็งปอดและหัวใจซีกขวาล้มเหลว

โรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome)
การมีไขมันสะสมในช่องท้องมากเกินไป

อาการ: ผู้ชายรอบเอวเกิน 90 ซม. / ผู้หญิงเกิน 80 ซม. หรือคนที่มี ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกิน
ความเสี่ยง: เป็น “ประตูบานแรก” ที่จะพาคุณไปสู่โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในอนาคต

ผู้หญิงกินเค้ก

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs

        ต้นเหตุของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังไม่ได้มาจากเชื้อโรค แต่มาจาก “การสะสม” ของความผิดปกติในร่างกาย โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักๆ ดังนี้

  1. ปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรม นี่คือสาเหตุหลักกว่า 80% ที่ทำให้คนไทยป่วยเป็น โรค NCDs ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนได้
    • การรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล เน้นหวานจัด มันจัด และเค็มจัด (โซเดียมสูง) รวมถึงการทานอาหารแปรรูปและขาดการทานผักผลไม้
    • การขาดการออกกำลังกาย มีพฤติกรรม “เนือยนิ่ง” เช่น การนั่งทำงานนานๆ หรือติดหน้าจอ ทำให้ระบบเผาผลาญพังและเกิดการสะสมของไขมันในช่องท้อง
    • การสูบบุหรี่และยาสูบ สารพิษในบุหรี่ทำลายหลอดเลือดและปอดโดยตรง เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งและโรคหัวใจอย่างมหาศาล
    • การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ส่งผลเสียต่อตับ เพิ่มความดันโลหิต และเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคร้ายแรง
  2. ปัจจัยเสี่ยงทางสรีรวิทยา เมื่อพฤติกรรมไม่ดีสะสมไปนานๆ จะส่งผลให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ซึ่งเป็นสัญญาณสุดท้ายก่อนเข้าสู่โรคเต็มตัว
    • ความดันโลหิตสูง ทำให้หัวใจทำงานหนักและหลอดเลือดเสื่อมสภาพ
    • ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง จุดเริ่มต้นของโรคเบาหวานและภาวะอักเสบในร่างกาย
    • ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ การมีคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูงจนอุดตันหลอดเลือด
    • ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน โดยเฉพาะ “อ้วนลงพุง” ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสารอักเสบในร่างกาย

7 สัญญาณเตือนภัยเงียบ เสี่ยงโรค NCDs

        หากคุณมีอาการมากกว่า 2 ข้อขึ้นไป ควรเริ่มปรับพฤติกรรมหรือปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียด

  1. รูปร่างเปลี่ยน (อ้วนลงพุง) เริ่มมีพุงยื่นออกมาชัดเจน รอบเอวหนาขึ้นจนใส่กางเกงเดิมไม่ได้ (ผู้ชายเกิน 90 ซม. / ผู้หญิงเกิน 80 ซม.)
  2. เหนื่อยง่ายกว่าปกติ ทำกิจกรรมเบาๆ เช่น เดินขึ้นบันไดเพียง 1-2 ชั้น ก็รู้สึกหอบเหนื่อย ใจสั่น หรือแน่นหน้าอก
  3. หิวน้ำบ่อยและปัสสาวะกลางคืน หากต้องลุกมาเข้าห้องน้ำบ่อยผิดปกติ (เกิน 2 ครั้งต่อคืน) ร่วมกับอาการหิวน้ำบ่อยและกินจุแต่ไม่ค่อยอิ่ม อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคเบาหวาน
  4. แผลหายช้า เมื่อเกิดบาดแผลเล็กน้อยตามร่างกาย แผลกลับอักเสบหรือใช้เวลานานกว่าปกติในการสมานตัว
  5. วิงเวียนศีรษะ ปวดท้ายทอย โดยเฉพาะในช่วงตื่นนอนตอนเช้า หรือเมื่อมีความเครียด อาจเป็นสัญญาณของความดันโลหิตสูง
  6. สายตาพร่ามัวกะทันหัน มองเห็นไม่ชัดเจนเหมือนเดิม หรือมีอาการหน้ามืดบ่อยครั้งเมื่อลุกเปลี่ยนท่าทาง
  7. ผิวหนังผิดปกติ มีปื้นดำหนาคล้ายขี้ไคลบริเวณลำคอ ข้อพับ หรือรักแร้ ซึ่งเป็นอาการของภาวะดื้ออินซูลินที่นำไปสู่โรค NCD
Original price was: 3,790฿.Current price is: 1,890฿.

อิเล็กโทรดเซ็นเซอร์ 8 จุดวัดค่าได้แม่นยำ | วัดค่าได้ 31 ค่า | Bluetooth ดูค่าผ่าน App ได้ 

Original price was: 2,100฿.Current price is: 950฿.

วัดไขมันและองค์ประกอบของร่างกายได้ 20 ค่า | Bluetooth ดูค่าผ่าน App ได้ 

New
Original price was: 1,990฿.Current price is: 890฿.

วัดไขมันและองค์ประกอบของร่างกายได้ 20 ค่า | Bluetooth ดูค่าผ่าน App ได้ 

Original price was: 1,590฿.Current price is: 790฿.

วัดไขมันและองค์ประกอบของร่างกายได้ 20 ค่า | Bluetooth ดูค่าผ่าน App ได้ 

Original price was: 1,990฿.Current price is: 890฿.

วัดไขมันและองค์ประกอบของร่างกายได้ 14 ค่า | Bluetooth ดูค่าผ่าน App ได้ 

Original price was: 1,290฿.Current price is: 790฿.

วัดไขมันและองค์ประกอบของร่างกายได้ น้ำหนัก, BMI, ไขมัน, กล้ามเนื้อ, น้ำ และมวลกระดูก 

วิธีป้องกันและปรับพฤติกรรมห่างไกลโรค NCDs

        เมื่อทราบแล้วว่า โรค NCDs คือ ภัยเงียบที่สะสมมานาน การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์คือ “ยาที่ดีที่สุด” ในการรักษาและป้องกันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยคุณสามารถเริ่มได้ทันทีด้วยหลักการ 3 อ. 2 ส ดังนี้   

  1. อ. อาหาร
    หัวใจสำคัญคือการลดหวาน มัน และเค็มจัด ตามสูตร 6:6:1 ต่อวัน
    • น้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา เลี่ยงเครื่องดื่มชง น้ำอัดลม และขนมหวาน
    • น้ำมันไม่เกิน 6 ช้อนชา เน้นการต้ม นึ่ง อบ แทนการทอดหรือผัดที่ใช้เครื่องปรุงมันเยิ้ม
    • เกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา (โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก.): ระวังโซเดียมแฝงในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง และเครื่องปรุงรส
    • เพิ่มใยอาหาร ทานผักและผลไม้ไม่หวานจัดให้ได้ครึ่งหนึ่งของจาน (สูตร 2:1:1)
  2. อ. ออกกำลังกาย
    ไม่ใช่แค่การขยับร่างกาย แต่ต้องทำให้ถึงเกณฑ์ที่ส่งผลต่อระบบเผาผลาญ:
    • ออกกำลังกายระดับปานกลาง (เช่น เดินเร็ว, ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
    • เสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยเผาผลาญน้ำตาลและไขมันได้ดียิ่งขึ้น
    • ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง พยายามลุกขยับร่างกายทุกๆ 1 ชั่วโมงหากต้องนั่งทำงานนานๆ
  3. อ. อารมณ์
    ความเครียดเรื้อรังส่งผลให้ความดันโลหิตสูงและระดับน้ำตาลในเลือดคุมยาก:
    • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับอย่างมีคุณภาพ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายสมดุล
    • จัดการความเครียด ฝึกสมาธิ หรือหากิจกรรมผ่อนคลายเพื่อลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นตัวการสะสมไขมันหน้าท้อง
  4. ส. ไม่สูบบุหรี่
    บุหรี่คือสาเหตุหลักของมะเร็งปอดและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  5. ส. ไม่ดื่มสุรา
    การดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาดส่งผลเสียต่อตับ ความดันโลหิต และเพิ่มแคลอรี่ส่วนเกินอย่างมหาศาล

        และอย่าลืมตรวจสุขภาพประจำปี หรือตรวจเช็คร่างกายสม่ำเสมอ (Self-Monitoring) หากคุณมีอุปกรณ์ที่บ้าน เช่น เครื่องวัดความดันโลหิต หรือ เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด ควรตรวจเช็คสม่ำเสมอเพื่อดูแนวโน้มสุขภาพ

3อ. 2ส.

คำถามที่พบบ่อย

Q: โรค NCDs ติดต่อกันได้ไหม?
A: ไม่สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัส การกินข้าวร่วมกัน หรือทางลมหายใจ แต่สามารถส่งต่อผ่าน “พฤติกรรม” ภายในครอบครัวได้ เช่น การติดกินรสเค็มเหมือนกัน


Q: คนผอมเป็นโรค NCDs ได้หรือไม่?
A: เป็นได้ เพราะโรค NCDs ไม่ได้ดูที่น้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว แต่ดูที่เปอร์เซ็นต์ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น สูบบุหรี่หรือกินหวานจัด


Q: โรค NCDs รักษาหายขาดไหม?
A: ส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรังที่ “รักษาไม่หายขาด” แต่สามารถ “ควบคุมอาการ” ให้อยู่ในระดับปกติได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและการทานยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ


Q: ทำไมโรค NCDs ถึงถูกเรียกว่า “มัจจุราชเงียบ”?
A: เพราะโรคกลุ่มนี้ เช่น ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง มักไม่มีอาการเตือนที่เจ็บปวดในระยะแรก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงแล้ว เช่น เส้นเลือดในสมองแตก หรือหัวใจวายกะทันหัน


Q: การตรวจสุขภาพประจำปี ช่วยป้องกันโรค NCDs ได้อย่างไร?
A: ช่วยให้ตรวจพบ “สัญญาณเตือน” ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (Pre-disease) เช่น ค่าน้ำตาลเริ่มปริ่มเกณฑ์ หรือความดันเริ่มสูง ซึ่งในระยะนี้เราสามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้เพียงแค่การปรับอาหารและออกกำลังกาย โดยยังไม่ต้องใช้ยา


Q: อาหารเสริมสามารถรักษาโรค NCDs ได้จริงไหม?
A: อาหารเสริมไม่ใช่ยารักษาโรค และไม่สามารถใช้แทนการปรับพฤติกรรมหรือยาที่แพทย์สั่งได้ การรักษาโรค NCDs ที่ยั่งยืนที่สุดคือการควบคุมอาหารหลักให้สมดุลและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ


 

Website ของเรามีการเก็บ cookies เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ... อ่านเพิ่มเติม นโยบายคุกกี้

Close Popup