ถั่งเช่า สมุนไพรมากสรรพคุณ ดีจริงเหมือนโฆษณาหรือเปล่า?

ถั่งเช่า

         หลาย ๆ คน คงเคยเห็นโฆษณา ไม่ว่าจะทางโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต หรือตามโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เกี่ยวกับสมุนไพรน่าตาคล้ายหนอน อย่าง “ถั่งเช่า” เสียงลือเสียงเล่าอ้างต่างก็บอกว่าเจ้าสมุนไพรตัวนี้ มีสรรพคุณทางยาที่ดีต่อร่างกายมากมาย แต่ก็มีกระแสค้านกลับมาว่ามีผู้ที่กินถั่งเช่าแล้วเสียชีวิต! จึงทำให้ใครหลาย ๆ คน ต่างตั้งคำถามกับสมุนไพรนี้ว่า ดีจริงหรือเปล่า? บทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับถั่งเช่า เพื่อตอบข้อสงสัยเหล่านั้นให้ท่านผู้อ่านแล้วค่ะ

ถั่งเช่า

สารบัญ

ถั่งเช่า ที่ใครก็ว่าดี…แต่ทำไมมีคนกินแล้วเสียชีวิต?!?

         ถั่งเช่า คือ สมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง ถูกพบในเขตภูเขาสูงแถบเทือกเขาหิมาลัย ที่ราบสูงทิเบต และจีน เป็นที่นิยมกันมาก โดยเชื่อกันว่าเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย เสริมสมรรถภาพทางเพศ และต้านโรคมากมาย ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีอยู่หลายชนิด โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาค

ถั่งเช่า ยิ่งยง

         การกินถั่งเช่าเพื่อประโยชน์ด้านการแพทย์มีมานานตั้งแต่อดีต เนื่องจากมีสารที่ส่งผลดีต่อร่างกายมากมาย อย่างไรก็ตาม ก่อนการเลือกกินถั่งเช่า เพื่อรักษาโรคหรือต้องการผลลัพธ์ที่ดีตามคำกล่าวอ้างต่าง ๆ ควรศึกษาข้อมูลทางการแพทย์ที่แนะนำการใช้อย่างปลอดภัยก่อนนะคะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็จากประโยชน์จะกลายเป็นโทษที่อาจถึงแก่ชีวิตได้เลยค่ะ

ถั่งเช่า อันตราย

ภาพจาก : ข่าวสดออนไลน์

         อย่างกรณีของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์เรื่องราวของพ่อตนที่กินถั่งเช่าเข้าไปแล้วเสียชีวิต ซึ่งจากโพสต์นี้ ได้มีหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ มากมาย ถึงผลเสียที่ได้จากการกินถั่งเช่า จึงทำให้เป็นที่ถกเถียงกันขึ้นมาว่า ถั่งเช่าอันตรายหรือเปล่า ซึ่งจริง ๆ แล้วถั่งเช่าเป็นสมุนไพรที่มีสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายนะคะ แต่ทำไมถึงมีผู้ที่กินแล้วเสียชีวิต? นั่นก็เพราะอาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ค่ะ

1.มาจากแหล่งที่เชื่อถือไม่ได้ หรือกรรมวิธีในการผลิตที่ไม่ถูกต้อง จึงทำให้มีการปนเปื้อนของสารพิษและสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

2.ถั่งเช่าอาจก่อให้เกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ หรือปากแห้ง ในผู้ใช้บางราย เนื่องจากผลลัพธ์มีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซึ่งในแต่ละคนอาจเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้ได้

3.การกินถั่งเช่าควบคู่กับยาบางประเภท เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยายับยั้งการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน คาเฟอีน อาจก่อให้ปฏิกิริยาระหว่างยา ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

4.ปริมาณและระยะเวลาในการรับประทาน ก็มีผลทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะผู้ที่กินถั่งเช้ามากกว่า 3-9 กรัมต่อวัน

ถั่งเช่าสกัด

5.ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับการแพ้ภูมิตนเอง เช่น โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โรคเอมเอส เมื่อกินถั่งเช่าเข้าไป จะเข้าไปเพิ่มภูมิคุ้มกันให้มากขึ้น ทำให้อาการของผู้ป่วยแย่ลง

6.ถั่งเช่ามีฤทธิ์ที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ อาจมีความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกได้ง่ายขึ้น รวมทั้งผู้เข้ารับการผ่าตัด หากมีการกินถั่งเช่าก่อนเข้ารับการผ่าตัด อาจเกิดเลือดออกมากในขณะผ่าตัดได้

7.เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ หากผู้ป่วยเบาหวานกินเข้าไป จะไปเสริมฤทธิ์กับยาลดน้ำตาลในเลือด ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้

ปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขของประเทศจีน ได้ประกาศให้ตัดถั่งเช่า ออกจากบัญชีอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ เนื่องจากไม่พบสรรพคุณตามที่แอบอ้างตามโฆษณา

ถั่งเช่า คืออะไร?

         ถั่งเช่า คือ สมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง โดยเชื่อว่าถูกใช้ในการรักษาในประเทศจีนตั้งแต่โบราณ เนื่องจากมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายมากมาย จนถูกลือกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ปัจจุบันพบว่าถั่งเช่ามีอยู่หลายชนิด โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาค ดังนี้

1.ถั่งเช่าทิเบต (Cordyceps Sinensis)

ถั่งเช่าทิเบต

         ถั่งเช่าทิเบต หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่าหญ้าหนอน หรือหนอนเทวดา เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีต้นกำเนิดมาจากเห็ดราชนิดหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ที่ราบสูงทิเบต ถูกลมพัดจนสปอร์ของเห็ดตกลงสู่พื้นดิน จากนั้นจะมีหนอนผีเสื้อชนิดหนึ่ง (Cordyceps Sinensis) ที่จำศีลอยู่ใต้ดินในฤดูหนาว ได้กินสปอร์ที่อยู่บนพื้นเข้าไป จนเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน เห็ดราเหล่านี้จะเจริญเติบโตภายในตัวหนอน โดยดูดสารอาหารและงอกขึ้นบริเวณส่วนหัวของตัวหนอน แล้วค่อย ๆ งอกขึ้นสู่พื้นดินเพื่อรับแสงอาทิตย์ จนกลายเป็นสมุนไพรที่ชื่อว่าถั่งเช่า

2. ถั่งเช่าสีทอง (Cordyceps Militaris)

ถั่งเช่าสีทอง

ภาพจาก : สถาบันสอนเพาะเห็ดยาพุทธรักษ์เรืองกิจ

         เนื่องจากถั่งเช่าทิเบตมีวิธีการเพาะพันธุ์ที่ยุ่งยากและซับซ้อน จึงเกิดการทดลองและวิจัยเพื่อเพาะพันธุ์ถั่งเช่าที่มีความใกล้เคียงกับถั่งเช่าทิเบตขึ้น จึงค้นพบการเพาะพันธุ์เห็ดราภายในตัวหนอนและดักแด้ผีเสื้อ เช่น ไหมป่า ตัวด้วง ต่อ แตน จนเกิดเป็นถั่งเช่าสีทองขึ้น ซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากเพาะพันธุ์ง่าย และใช้เวลาในการเจริญเติบโตน้อยกว่าถั่งเช่าทิเบต

3.ถั่งเช่าหิมะ หรือ ถั่งเช่าเกาหลี (Isaria Tenuipes)

ถั่งเช่าหิมะ

         เป็นถั่งเช่าที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงในห้องวิจัยเช่นเดียวกับถั่งเช่าสีทอง แต่จะแตกต่างในเรื่องของวิธีการเพาะพันธุ์ โดยถั่งเช่าหิมะจะเพาะโดยการพ่นเชื้อราใส่หนอนไหมในช่วงที่หนอนไหมกำลังลอกคราบ เชื้อราจะเจริญเติบโตในหนอนไหม และจะเจริญเติบโตเต็มที่เมื่อหนอนไหมเปลี่ยนเป็นดักแด้ จากนั้นผู้เพาะพันธุ์ก็จะตัดดักแด้ออกจากรังไหม แล้วนำไปใส่ถาดเพาะที่มีการควบคุมอุณหภูมิ และมีความชื้นที่พอดี จนกลายเป็นถั่งเช่าที่มีลักษณะสีขาวคล้ายหิมะ จึงเรียกว่าถั่งเช่าหิมะ นิยมมากในประเทศเกาหลี

4.ถั่งเช่าจักจั่น หรือ ว่านจักจั่น (Isaria Sinclairii)

ถั่งเช่า

         มีต้นกำเนิดคล้ายกับถั่งเช่าทิเบต แต่แตกต่างกันตรงที่ถั่งเช่าจักจั่น เกิดจากการที่จักจั่นไปกินเชื้อราชนิดหนึ่งเข้าไป แล้วเชื้อราเหล่านั้นก็ได้เจริญเติบโตภายในตัวจักจั่น ด้วยการดูดซึมสารอาหาร แล้วงอกออกมาทางหัวจักจั่น แล้วค่อย ๆ โผล่พ้นพื้นดินขึ้นมา

ถั่งเช่า มีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายอย่างไร?

         หลายคนอาจจะเห็นสรรพคุณต่าง ๆ จากสื่อหรือโฆษณาเกี่ยวกับถั่งเช่ามาบ้างแล้ว ซึ่งผู้ขายแต่ละคน ก็มีการกล่าวถึงสรรพคุณที่ทั้งคล้ายกัน หรือแตกต่างกันไปเลยก็มี ซึ่งเราไม่อาจรู้เลยว่าสรรพคุณไหนเป็นเรื่องจริงหรือเท็จบ้าง ดังนั้น เราลองมาศึกษาข้อมูลและงานวิจัยทางการแพทย์ ที่มีการทดลองสรรพคุณของถั่งเช่า เพื่อให้ชัวร์กันนะคะ

ถั่งเช่า

        จากการศึกษาพบว่า ถั่งเช่าอุดมไปด้วยสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายจริง เช่น โพลีแซคคาไรด์ นิวคลีโอไทด์ กรดอะมิโน สเตอรอล นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหารสำคัญอื่น ๆ เช่น โปรตีน วิตามิน E, K, B1, B2 และ B12 แร่ธาตุต่าง ๆ เช่น โพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม เหล็ก สังกะสี เป็นต้น จากการทดลองการใช้ถั่งเช่ารักษาผู้ป่วยในกรณีต่าง ๆ ซึ่งการทดสอบที่ได้ผลลัพธ์ที่ดี มีดังนี้ค่ะ

  • ยืดอายุผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ : ทดสอบโดยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับกินถั่งเช่าและสารจากธรรมชาติอื่น 11 ชนิด ในจำนวนที่แตกต่างกันเป็นระยะเวลาประมาณ 13 เดือน พบว่า ผู้ป่วยที่รักษาด้วยการใช้ถั่งเช่าและสารจากธรรมชาติ 4 ชนิด หรือมากกว่าขึ้นไป มีอัตราการมีชีวิตยาวนานกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้กิน โดยไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ
  • รักษาไวรัสตับอักเสบบี : ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีที่กินถั่งเช่า ในระยะเวลา 3 เดือน จากการทดสอบพบว่าระดับเซลล์เม็ดเลือดขาวของร่างกายเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ป่วยที่กินสารสกัดจากถั่งเช่า พบว่า การอักเสบของตับลดลงประมาณ 81% พังผืดลดลง 52% แต่ยังมีผู้ป่วยอีก 33% ที่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของการเกิดพังผืดในตับ
  • ลดผลข้างเคียงของการปลูกถ่ายไต : จากการศึกษาผลของการกินถั่งเช่าในผู้ป่วยปลูกถ่ายไต โดยมีการติดตามผลในช่วง 1-5 ปี พบว่า ผู้ป่วยมีอัตราการติดเชื้อ ค่าการทำงานของตับและค่าเอนไซม์ต่าง ๆ ลดลงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กินถั่งเช่า นอกจากนี้ อัตราการรอดชีวิตและผลปลูกถ่ายไตได้สำเร็จของผู้ป่วยในกลุ่มที่กินสารสกัดจากถั่งเช่า สูงกว่ากลุ่มไม่ได้กิน แสดงให้เห็นว่าถั่งเช่าอาจลดอัตราการปฏิเสธการปลูกถ่ายไตของร่างกายได้ ช่วยให้การทำงานของตับและไต กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด และลดการติดเชื้อในผู้ป่วยที่เข้ารับการปลูกถ่ายไต
  • กระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ : พบว่าผู้ที่กินถั่งเช่า มีการเพิ่มจำนวนของสเปิร์มในอสุจิได้ถึง 33% และมีผลลดปริมาณของสเปิร์มที่ผิดปกติลง 29% นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาในผู้ป่วยทั้งชายและหญิงที่มีความต้องการทางเพศลดลง พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศสูงขึ้น 66%
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือด : ทดสอบโดยการให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานถั่งเช่าปริมาณ 3 กรัมต่อวัน พบว่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95% ในขณะที่กลุ่มที่รักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ 54%
เครื่องตรวจวัดน้ำตาล
เครื่องวัดน้ำตาล

ผลลัพธ์ที่เกิดจากการกินถั่งเช่าเหล่านี้ เกิดจากการทดสอบและวิจัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งหากซื้อมากินเอง ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเช่นนี้หรือไม่นะคะ เพราะผลลัพธ์เหล่านี้แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ

อ่านบทความ : วิธีคุมเบาหวานให้อยู่หมัดง่ายๆ แค่เลือกทาน!

สรุป

         ถั่งเช่า เป็นสมุนไพรจีนชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายจริง แต่หากรับประทานอย่างผิดวิธี จะกลายเป็นการสร้างโทษให้ร่างกายแทนนะคะ ดังนั้น ไม่ว่าจะถั่งเช่าหรือยาอะไรก็ตาม ก่อนที่จะรับประทานควรศึกษารายละเอียดยาที่ถี่ถ้วนหรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุดนะคะ

ใส่ความเห็น