เข้าใจโรคพาร์กินสัน เมื่ออาการทางกายส่งผลต่อสภาพจิตใจ

เข้าใจโรคพาร์กินสัน

         โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุรองลงมาจากโรคอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และสังคมไทยก็เริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ดังนั้นโรคพาร์กินสันจึงเป็นอีกโรคหนึ่งที่เราควรต้องระวัง หมั่นสังเกตอาการผู้สูงอายุในบ้าน ว่ามีอาการโรคพาร์กินสันหรือไม่ เพื่อที่จะได้รีบหาทางรักษาได้อย่างทันท่วงที

อาการโรคพาร์กินสัน มีอะไรบ้าง?

         โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงในผู้สูงอายุค่ะ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเสื่อมของเซลล์สมองบริเวณแกนสมอง ซึ่งเป็นส่วนที่สร้างสารสื่อประสาทที่เรียกว่า โดปามีน มีหน้าที่ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย เมื่อสารเคมีในสมองเสียสมดุลไป จึงทำให้การเคลื่อนไหวผิดปกติ ทำให้เกิดอาการโรคพาร์กินสันแสดงออกมา ดังนี้ค่ะ

อาการมือสั่น

  1. อาการสั่น ผู้สูงอายุจะมีอาการสั่นที่นิ้ว มือ แขน หรือขา ขณะอยู่ในท่าพักและไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายใด ๆ และอาการที่มักพบได้บ่อย คือ นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้สั่นและถูกันไปมา มือสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้
  2. อาการเคลื่อนไหวช้า ผู้สูงอายุจะเคลื่อนไหวอวัยวะต่าง ๆ ได้ช้ากว่าปกติ จนทำให้เกิดความยากลำบากและใช้เวลานานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินก้าวสั้น ๆ การเดินลากเท้า หรือแม่แต่ลุกออกจากที่นั่งก็ยังลำบาก
  3. อาการกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง ในผู้สูงอายุที่ป่วยโรคนี้กล้ามเนื้อจะแข็งและเกร็งกว่าปกติ ทำให้เคลื่อนไหวอวัยวะได้อย่างลำบากและเคลื่อนไหวได้อย่างจำกัด ซึ่งอาจสร้างความเจ็บปวดได้หากเกิดภาวะกล้ามเนื้อบิดเกร็ง
  4. ปัญหาเรื่องการทรงตัว ในส่วนของปัญหาเรื่องการทรงตัว มักจะเกิดขึ้นหลังจากมีอาการที่กล่าวมาข้างต้น 2-5 ปี ซึ่งอาการที่ปรากฎคือผู้ป่วยอาจจะล้มไปข้าง ล้มไปข้างหลัง หลือล้มไปด้านข้าง กล่าวคือไม่สามารถทรงตัวด้วยตัวเองได้นั่นเอง

อาการโรคพาร์กินสัน

ภาวะแทรกซ้อนของโรคพาร์กินสัน

  • กลืนลำบาก มีน้ำลายสะสมในปากมาก ทำให้การกลืนอาหารและเครื่องดื่มลำบากกว่าปกติ
  • ระบบขับถ่ายผิดปกติ ปัสสาวะลำบาก ควบคุมการปัสสาวะไม่ได้ หรือมีอาการท้องผูกจากการทำงานของระบบทางเดินอาหารที่ช้าลง
  • อ่อนเพลียและเจ็บปวดตามร่างกาย รู้สึกเหนื่อยง่าย ปวดเมื่อยตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และอาจมีความต้องการทางเพศลดลง
  • ปัญหาการนอนและอารมณ์ นอนหลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย ง่วงนอนในเวลากลางวัน ร่วมกับภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือขาดแรงจูงใจ
  • ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง อาจทำให้เกิดอาการเวียนหัว หน้ามืดเฉียบพลันได้
เครื่องวัดความดัน

การรักษาโรคพาร์กินสัน มีกี่วิธี?

         การรักษาโรคพาร์กินสัน หลัก ๆ จะมี 3 วิธี ซึ่งการเลือกใช้วิธีการรักษาจะต้องสอดคล้องกับอาการโรคพาร์กินสันของผู้ป่วย และต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วยจะเป็นการดีที่สุดค่ะ

การดูแลโรคพาร์กินสัน

  1. การรักษาด้วยยา วิธีนี้จะเป็นกลุ่มยาที่จะช่วยบรรเทาอาการเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติหรือมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งการรักษาด้วยยาจะเป็นการรักษาหลักในระยะเริ่มต้นและระยะกลางของโรค ทั้งนี้การจะใช้ยาแต่ละชนิดนั้นจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ร่วมด้วย
  2. การรักษาด้วยกายภาพบำบัด การรักษาด้วยวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยทรงตัวได้ดีขึ้น และเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งช่วยแก้ไขภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ด้วย เช่น ปวดคอ ปวดหลัง ปวดเอว ปวดขา หลังโก่ง ไหล่ติด เป็นต้น
  3. การรักษาด้วยการผ่าตัด โดยส่วนมากวิธีนี้จะได้ผลดีกับผู้ป่วยที่มีอายุน้อยและมีอาการไม่หนักมาก หรือในผู้ป่วยที่มีอาการแทรกซ้อนจากยาที่ใช้มาเป็นระยะเวลานานแล้ว เช่น มีอาการสั่นรุนแรง หรือมีการเคลื่อนไหวผิดปกติที่เกิดจากการใช้ยา เป็นต้น

การดูแลผู้สูงอายุโรคพาร์กินสัน ทำได้ด้วยวิธีใด?

         คงไม่มีใครอยากให้คนที่เรารักต้องเจ็บป่วย แต่เมื่อเราไม่สามารถรู้ได้ว่าความเจ็บป่วยจะมาตอนไหน และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุด นพ.สิทธิ เพชรรัชตะชาติ แพทย์หัวหน้าศูนย์สมองและระบบประสาทวิทยา โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า หากได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติถึง 80 – 90% บทความนี้จึงอยากนำเสนอวิธีการดูแลผู้สูงอายุป่วยโรคพาร์กินสัน เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลและฟื้นฟูให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขค่ะ

การดูแลผู้สูงอายุของโรคพาร์กินสัน

  1. การเลือกรองเท้าที่พื้นรองเท้าไม่ลื่น ควรเลือกรองเท้าที่มีส่วนช่วยในการเซฟความปลอดภัยให้กับผู้สูงอายุ เลือกรองเท้าที่พื้นรองเท้าไม่ลื่น และมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะพื้นได้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุหกล้ม
  2. ไม่ควรมีสิ่งกีดขวางทางเดิน ภายในบ้านควรจัดสันพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน ไม่ควรมีสิ่งกีดขวางตามทางเดิน เพราะอาจจะทำให้ผู้สูงอายุลื่นและเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
  3. ห้องน้ำควรมีราวจับ และพื้นห้องน้ำไม่ลื่น ในห้องน้ำควรมีราวจับเพื่อช่วยพยุงตัวในการเดิน และช่วยพยุงตัวในการลุกหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจต่าง ๆ และควรเลือกใช้กระเบื้องที่มีความหยาบ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุลื่น หรือหกล้ม
  4. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ผู้ดูแลจะต้องคอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในทุกด้านให้แก่ผู้ป่วยตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การพาผู้ป่วยเดินหรือทำบริหารร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการรับประทานยาให้ครบตามแพทย์สั่ง
  5. การเลือกรับประทานอาหาร ควรให้ผู้สูงอายุรับประทานอาหารที่เคี้ยวง่าย ในการป้อนควรตักให้พอดีคำ และรอให้ผู้ป่วยกลืนหมดก่อนจึงค่อยป้อนคำต่อไป
  6. การให้กำลังใจ คนในครอบครัวควรให้กำลังใจคอยดูแลและคอยรับฟังผู้ป่วยเสมอ ช่วยอำนวยความสะดวกในการพาไปพบแพทย์ การฟื้นฟูร่างกาย เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าทุกคนในบ้านยังอยู่ข้าง ๆ เสมอ และป้องกันภาวะโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุของผู้ป่วยด้วย
รู้ทันโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ ความเจ็บปวดด้านจิตใจที่ต้องได้รับการรักษา

อาหารบำรุงสมอง ป้องกันพาร์กินสัน

         การเลือกทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ และถูกหลักอนามัย นับว่าเป็นการดูแลร่างกายที่ดีอย่างหนึ่ง แต่สำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสันการทานอาหารแต่ละชนิดจึงต้องอาศัยความใส่ใจเป็นพิเศษ จึงได้รวบรวมวัตถุดิบที่มีสรรพคุณในการบำรุงสมอง และช่วยป้องกันโรคพาร์กินสันมาฝากกันค่ะ

ปลา
แครอท
ผักใบเขียว
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
พืชตระกูลถั่ว
แอปเปิ้ล
ผักโขม
แบล็กช็อป
ช็อกโกแลต
ไข่
ธัญพืช
ข้าวโอ๊ต
หน่อไม้ฝรั่ง
ข้าวกล้อง
มะเขือเทศ
กระเทียม
เมล็ดเหลือง
น้ำมันมะกอก

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคพาร์กินสัน

อาการโรคพาร์กินสันทำให้พูดไม่ชัดจริงหรือไม่?

จริงค่ะ ผู้ป่วยบางรายบอาจมีเสียงพูดเบาลง พูดช้าลง หรือออกเสียงไม่ชัด เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการพูดได้รับผลกระทบนั้นเองค่ะ

โรคพาร์กินสันพบในผู้สูงอายุเท่านั้นหรือไม่?

ไม่เสมอไปค่ะ แม้จะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่โรคนี้ก็สามารถเกิดได้กับคนอายุ 40 ปีขึ้นไป หรืออายุน้อยกว่านั้นได้ ซึ่งเรียกว่าโรคพาร์กินสันในผู้ป่วยอายุน้อยค่ะ

ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่?

ได้ค่ะ สามารถออกกำลังกายที่เน้นในเรื่องของการทรงตัว เช่น การเดิน ขี่จักรยาน ไทเก๊ก

โรคพาร์กินสันรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

ปัจจุบันไม่มีวืธีรักาาโรคพาร์กินสันให้หายขาดได้ค่ะ แต่สามารถควบคุมอาการไม่ให้แย่ลงได้

ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันควรใช้อุปกรณ์ช่วยเดินเมื่อใด?

หากเริ่มมีปัญหาการทรงตัว เดินไม่มั่นคง ก้าวสั้น เดินติดขัด ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินความเหมาะสมในการใช้อุปกรณ์ช่วยเดินค่ะ

สรุป อาการโรคพาร์กินสัน เข้าใจโรคพร้อมรับมืออย่างถูกวิธี

         โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงกับผู้สูงอายุก็จริง แต่ก็ใช่ว่าคนวัยอื่นจะไม่มีโอกาสเป็นได้ และถึงแม้อาการโรคพาร์กินสันจะไม่ได้ร้ายแรงมาก แต่ก็นับว่าสร้างปัญหาให้กับผู้ป่วยได้เช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมไปตรวจสุขภาพกันอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ

ใส่ความเห็น

Website ของเรามีการเก็บ cookies เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ... อ่านเพิ่มเติม นโยบายคุกกี้

Close Popup