สีมงคลประจำวันเกิด ปี 2564 ผ้าปูที่นอนสีไหนใช้แล้วเสริมดวงสุขภาพ เช็กเลย!

สีมงคลประจำวันเกิด

         “ความเชื่อ” เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาตลอด โดยเฉพาะสายมูเตลู หลายคนคงไม่พลาดในความเชื่อเรื่อง สีมงคลประจำวันเกิด ซึ่งถือว่าเป็นทริคเสริมดวงยอดฮิต ทั้งสีเสื้อผ้า สีรถ สีเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน รวมไปถึงสีผ้าปูที่นอน ที่หลายคนเชื่อว่าจะช่วยเสริมสร้างสิริมงคลและสุขภาพที่ดีในขณะพักผ่อนได้ ถือว่าเป็นทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะค่ะ แล้วคุณล่ะเหมาะกับสีแบบไหน? ไปอ่านบทความนี้กันเลย!

สีมงคลประจำวันเกิด

สารบัญ

ผ้าปูที่นอน สีมงคลประจำวันเกิด 2564

เกิดวันไหนเหมาะกับสีอะไร?

         ความเชื่อหนึ่งกล่าวว่า วันเกิดทั้ง 7 วัน มีความสัมพันธ์เชื่อมต่อกับธาตุทั้ง 5 (ดิน น้ำ ไฟ ไม้ และทอง) จึงเกิดเป็นความเชื่อเรื่องสีมงคล โดยการนำสีตามธาตุ มาใช้เพื่อเสริมสร้างดวงด้านสุขภาพ เชื่อกันว่า จะช่วยทำให้คนที่รู้สึกปวดเมื่อยร่างกาย นอนไม่เต็มอิ่ม หรือมีอาการเจ็บป่วย มีสุขภาพที่ดีขึ้น อาการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ก็จะทุเลาลง เรามาดูกันว่าเกิดวันไหนใช้สีใด แล้วจะช่วยเสริมดวงสุขภาพกันค่ะ

  • สีผ้าปูที่นอนมงคล คนเกิดวันอาทิตย์

สีมงคลประจำวันเกิด

สีผ้าปูที่นอนที่ช่วยเสริมดวง : สีเขียว, สีขาว, สีชมพู
ไม่ควรใช้ : สีฟ้า, สีน้ำเงิน

  • สีผ้าปูที่นอนมงคล คนเกิดวันจันทร์

สีมงคลประจำวันเกิด

สีผ้าปูที่นอนที่ช่วยเสริมดวง : สีเขียว, สีม่วง
ไม่ควรใช้ : สีแดง

  • สีผ้าปูที่นอนมงคล คนเกิดวันอังคาร

สีมงคล

สีผ้าปูที่นอนที่ช่วยเสริมดวง : สีม่วง, สีแดง, สีแสด
ไม่ควรใช้ : สีเหลือง, สีขาว

  • สีผ้าปูที่นอนมงคล คนเกิดวันพุธ

สีมงคลประจำวัน

สีผ้าปูที่นอนที่ช่วยเสริมดวง : สีเขียว, สีเหลือง
ไม่ควรใช้ : สีชมพู

  • สีผ้าปูที่นอนมงคล คนเกิดวันพฤหัสบดี

สีมงคล 2564

สีผ้าปูที่นอนที่ช่วยเสริมดวง : สีน้ำเงิน, สีฟ้า, สีเขียว, สีแดง
ไม่ควรใช้ : สีม่วง

  • สีผ้าปูที่นอนมงคล คนเกิดวันศุกร์

ผ้าปูที่นอนเสริมดวง

สีผ้าปูที่นอนที่ช่วยเสริมดวง : สีเหลือง, สีชมพู, สีแสด
ไม่ควรใช้ : สีเขียว

  • สีผ้าปูที่นอนมงคล คนเกิดวันเสาร์

ผ้าปูที่นอนสีมงคล

สีผ้าปูที่นอนที่ช่วยเสริมดวง : สีแดง, สีเหลือง, สีน้ำเงิน , สีฟ้า, สีชมพู, สีน้ำตาล
ไม่ควรใช้ : สีเขียว

นอกจาก สีมงคลประจำวันเกิด ต้องคำนึงถึงอะไรอีกบ้าง?

         เมื่อรู้แล้วว่าแต่ละคน เหมาะกับผ้าปูที่นอนสีอะไร หลายคนก็คงวางแพลนที่จะไปซื้อแล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่ช้าก่อน! จะซื้อมาใช้ทั้งที จะพิจารณาจากสีสันอย่างเดียวไม่ได้นะคะ แต่เราต้องคำนึงถึงคุณภาพของผ้าปูที่นอนควบคู่ไปด้วย เพื่อที่จะได้ใช้งานได้อย่างยาวนาน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้นค่ะ ฉะนั้น เรามาดูกันว่าก่อนจะซื้อต้องพิจารณาเรื่องใดบ้าง

ผ้าปูที่นอน

1. ขนาดผ้าปูที่เหมาะสมกับขนาดที่นอน

         ขนาดของผ้าปูที่นอน เรียกได้ว่าเป็นสิ่งแรกที่ควรพิจารณาเลยล่ะค่ะ เพราะหากเราเลือกผ้าปูที่นอนที่มีขนาดเล็กกว่าที่นอน จะทำให้ไม่สามารถคลุมที่นอนได้ทั้งหมด หากฝืนใช้งานไป จะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว หรือหากเราเลือกขนาดที่ใหญ่เกินไป ก็จะทำให้ปูผ้าได้ไม่เรียบตึง ทำให้เวลาเรานอน ผ้าปูอาจจะหลุดออกจากที่นอนได้ ดังนั้น เราควรพิจารณาก่อนว่าที่นอนเราขนาดไหน โดยส่วนใหญ่จะเป็นขนาด 3 ฟุต, 3.5 ฟุต, 5 ฟุต และขนาด 6 ฟุต

2. วัตถุดิบที่ใช้ในการทอ

         สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อมาคือเรื่องของเนื้อผ้า เพราะแต่ละคนมีความชื่นชอบไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น บางคนอาจจะรู้สึกหลับสบาย ถ้าได้นอนบนเนื้อผ้าลื่น ๆ แต่บางคนอาจจะไม่สบายตัวจนนอนไม่หลับ ดังนั้น ก่อนจะเลือกซื้อควรพิจารณาถึงเนื้อผ้า โดยส่วนใหญ่จะมีดังนี้ค่ะ

  • เส้นใยธรรมชาติ คือ เส้นใยที่ถูกนำมาทอ มาจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น เส้นใยที่ทำมาจากใยไผ่, ใยไหม,ฝ้าย โดยผ้าปูที่นอนที่ใช้วัตถุดิบจากเส้นใยธรรมชาติ จะสามารถถ่ายเทอากาศได้ดี รู้สึกเย็นสบายขณะนอนหลับ ไม่ระคายเคืองผิวหนัง และยังดูแลรักษาง่ายอีกด้วยค่ะ
  • เส้นใยสังเคราะห์ คือ เส้นใยที่เกิดจากการค้นคว้าและพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือ คุณสมบัติของเนื้อผ้า ให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยวัตถุดิบมักมาจากเส้นใยพืชและขนสัตว์ เช่น เส้นใย 100% Polyester , เส้นใย Micro Fiber ซึ่งเนื้อผ้าปูที่มาจากใยสังเคราะห์ อาจจะระบายอากาศได้ไม่ดีเท่าผ้าปูที่มาจากเส้นใยธรรมชาติ แต่ก็ให้สัมผัสที่นุ่มลื่น เย็นสบาย และมีราคาที่ถูกกว่าผ้าชนิดอื่น ๆ ค่ะ
  • ผ้าซาติน คือ การนำใยธรรมชาติหรือใยสังเคราะห์ มาทอด้วยเทคนิคพิเศษ ซึ่งผ้าที่ได้จะค่อนข้างมีน้ำหนัก ผิวเรียบ มันวาว และนุ่มลื่น แต่มีความความคงทนไม่ดีเท่ากับผ้าชนิดอื่น ๆ ค่ะ
  • ผ้าไหม คือ ผ้าที่ทอจากเส้นใยที่ได้จากรังของตัวไหม เนื้อผ้าปูจะมีความแวววาว และนุ่มนวลมาก จึงโดดเด่นในเรื่องของความสวยงามและความหรูหรามากกว่าแบบอื่น แต่ข้อเสียของผ้าไหม คือมีความคงทนน้อย ทำความสะอาดยาก และมีราคาสูงค่ะ

ชุดผ้าปูที่นอน

3.จำนวนเส้นด้ายต่อตารางนิ้ว

         หลังจากที่เราเลือกพิจารณาถึงเนื้อผ้าแล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องคำนึงถึงก็คือ จำนวนเส้นด้ายที่ใช้ในการทอ ซึ่งผ้าปูที่นอนที่มีจำนวนเส้นด้ายมาก จะส่งผลให้เนื้อผ้ามีความละเอียด ผิวสัมผัสเนียนนุ่ม และมีความคงทนสูง (แนะนำ 300 เส้นด้ายขึ้นไป) แต่ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับเนื้อวัตถุดิบที่ใช้ในการทอด้วยนะคะ เพราะหากวัตถุดิบหรือเนื้อผ้าไม่มีคุณภาพ ต่อให้มีจำนวนเส้นด้ายเยอะ ก็ไม่ช่วยให้ผ้าปูนั้นนุ่มสบายหรือดีต่อการนอนมากขึ้นค่ะ

4. รูปแบบในการทอผ้า

         รูปแบบที่ใช้ในการทอผ้าปูที่นอน เราสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ จากเนื้อผ้าเลยค่ะ สำหรับการทอผ้าปูที่นอนนั้น จะมีการทอด้วยกัน 2 รูปแบบ ดังนี้

  • ทอแบบลายขัด สังเกตได้จากเนื้อผ้าจะไม่ขึ้นเงา ข้อดีของการทอแบบนี้ จะทำให้ผ้าปูที่นอนมีความทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน แต่เนื้อผ้าจะไม่นุ่ม
  • ทอแบบขึ้นเงา สังเกตได้จากเนื้อผ้าที่ขึ้นเงาหรือมัน ข้อดีของการทอแบบนี้ จะทำให้ผ้าที่ได้นั้นนุ่มลื่น เย็นสบาย แต่มีข้อเสียในเรื่องของวิธีการทำความสะอาด ที่ต้องปฏิบัติให้ถูกวิธี ไม่เช่นนั้นเนื้อผ้าอาจจะเสียได้

5. คุณสมบัติป้องกันไรฝุ่น

         เคยไหมคะ? เวลานอนตอนกลางคืน ทั้งไอ – จาม คัดจมูก หรือนอน ๆ อยู่ก็คันยุบยิบ ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ล่ะก็ คุณอาจจะโดนเจ้าไรฝุ่นเล่นงานแล้วล่ะค่ะ ซึ่งส่งผลให้เรารู้สึกนอนไม่สบาย หลับไม่เต็มตื่น ดังนั้น หากเลือกซื้อผ้าปูที่นอนที่สามารถป้องกันไรฝุ่นและแบคทีเรียได้ จะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ลง ลดโอกาสการเป็นโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น และโรคระบบทางเดินหายใจ ทำให้หลับสบายตลอดคืน แถมยังส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวได้ด้วยค่ะ

อ่านบทความ : ไรฝุ่น วายร้ายตัวจิ๋ว ตัวการก่อโรคภูมิแพ้ ป้องกันได้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ดูแลและทำความสะอาดผ้าปูที่นอนอย่างไร จึงจะเหมาะสม?

         เมื่อเลือกซื้อผ้าปูที่นอนที่ถูกใจได้แล้ว สิ่งที่ไม่คำนึงถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือวิธีดูแลทำความสะอาดค่ะ เพราะผ้าปูที่นอนเป็นส่วนที่สัมผัสผิวร่างกายของเราโดยตรง เนื่องจากเราต้องนอนบนที่นอนทุกวัน วันละหลายชั่วโมง ถ้าผ้าปูที่นอนไม่สะอาดหรือดูแลแบบผิดวิธี อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เลยนะคะ ซึ่งวิธีดูแลรักษามีง่าย ๆ ดังนี้เลยค่ะ

ชุดที่นอน

1. อ่านฉลากผ้าปูที่นอน

         ก่อนจะเริ่มลงมือซักทำความสะอาด ควรอ่านฉลากหรือคำแนะนำที่ห่อบรรจุก่อนนะคะ ว่าทางผู้ผลิตระบุให้ทำความสะอาดอย่างไร อะไรบ้างที่ควรระวัง เช่น สามารถนำไปปั่นในเครื่องซักผ้าได้ไหม ใช้น้ำร้อนผ้าจะเสียหรือเปล่า เป็นต้น

2. ห้ามซักผ้าปูที่นอนรวมกับเสื้อผ้า

         บางคนมักนำผ้าปูที่นอนไปซักรวมกับเสื้อผ้า เพื่อประหยัดเวลา เป็นสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเลยนะคะ! เพราะซิปหรือตะขอของเสื้อผ้า อาจจะไปขีดข่วนผ้าปูที่นอนทำให้เกิดรอย หรือสีของเสื้อผ้าอาจจะตกใส่ผ้าปูที่นอนได้ ดังนั้น ก่อนซักให้แยกผ้าปูออกจากเสื้อผ้าก่อน เพราะนอกจากจะช่วยถนอมผ้าปูที่นอนให้คงคุณภาพแล้ว ยังช่วยให้สามารถทำความสะอาดผ้าปูที่นอนได้อย่างทั่วถึงด้วยค่ะ

3. ใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้า สูตรถนอมผ้า

         แนะนำให้ใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าสูตรถนอมเนื้อผ้านะคะ เพราะจะทำให้เนื้อของผ้าปูที่นอนไม่ถูกทำลาย ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่มีสารเคมี โดยเฉพาะน้ำยาฟอกขาว และไม่ควรใส่ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้ามากเกินไป เพราะอาจทำให้ทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง ทำให้มีสารตกค้าง เมื่อสัมผัสกับผิวอาจทำให้ระคายเคืองได้ค่ะ

ผ้าปูที่นอนมงคล

4. เลือกโหมดปั่นรอบต่ำที่สุด

         สำหรับผ้าปูที่นอนที่สามารถซักทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้าได้ ควรเลือกปั่นในโหมดรอบที่ต่ำสุด เพื่อถนอมเนื้อผ้า หากใช้ความเร็วสูงในการปั่น อาจจะทำให้ผ้าปูที่นอนเสียหายได้

5. อบแห้งหรือตากอย่างถูกวิธี

         สำหรับผ้าปูที่สามารถอบผ้าได้ ให้ใช้ความร้อนระดับปานกลาง และไม่ควรใช้เวลานานเกินไป ส่วนผ้าปูที่นอนที่ไม่สามารถอบแห้งได้ หรือผู้ใช้ต้องการใช้วิธีตากแห้ง ให้นำผ้าปูที่นอนไปตากบริเวณที่อากาศถ่ายเท ไม่ควรตากที่แดดจัด เพราะเส้นใยของผ้าปูที่นอนอาจเสื่อมสภาพได้

6. จัดเก็บในที่แห้งและปลอดภัย

         ไม่ควรจัดเก็บผ้าปูที่นอนในขณะที่ยังไม่แห้งนะคะ เพราะจะทำให้เกิดเชื้อราและแบคทีเรีย อีกทั้งอาจจะมีกลิ่นเหม็นอับอีกด้วย ดังนั้น ควรเก็บในที่แห้ง ให้ห่างไกลจากสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ไม่พึงประสงค์ในบ้าน เช่น หนู แมลงสาบ เพราะสัตว์อาจจะกัดทำลายให้ผ้าปูที่นอนเสียหายได้ค่ะ

สรุป

         การเลือกสีผ้าปูที่นอนมงคล ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้เรารู้สึกสบายใจ เสริมโชค เสริมสิริมงคล แต่นอกจากสีที่จะเลือกซื้อแล้ว ควรพิจารณาถึงวิธีการเลือกที่เหมาะสมดังที่กล่าวข้างต้น นอกจากนี้ ควรดูแลรักษาผ้าปูให้เหมาะสม เพื่อให้ผ้าปูสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน ไม่ส่งผลเสียต่อผู้นอนนะคะ

ใส่ความเห็น