เลือดเป็นกรด Ketoacidosis ในผู้ป่วยเบาหวาน อันตรายที่มองข้ามไม่ได้!

เลือดเป็นกรด

         ผู้ป่วยเบาหวาน เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค หรือภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ง่าย ซึ่งเกิดมาจาก การที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ได้ดีพอ ซึ่งหลายคน จะให้ความสนใจ กับการสังเกตระดับน้ำตาลในเลือด เพียงอย่างเดียว แต่รู้หรือไม่คะว่า ผู้ป่วยเบาหวาน มักเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ Ketoacidosis หรือ เลือดเป็นกรด อันมีสาเหตุมาจาก ระดับคีโตนในกระแสเลือด ซึ่งอันตรายถึงชีวิต! มาทำความรู้จัก กับภาวะร้ายนี้ พร้อมทั้งดูวิธีตรวจสอบ และป้องกัน ในบทความนี้เลยค่ะ

เลือดเป็นกรด

โรคเบาหวานมีสาเหตุมาจากอะไร? คลิกอ่านต่อเลย!!!

สารบัญ

ภาวะ เลือดเป็นกรด คืออะไร? เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยเบาหวานอย่างไร?

         เลือดเป็นกรด คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับคีโตน และน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ซึ่งเกิดมาจากการที่ร่างกาย ไม่สามารถใช้พลังงานจากน้ำตาลได้ ตับ จึงทำหน้าที่เผาผลาญไขมัน เพื่อให้เกิดพลังงานขึ้นทดแทน พลังงานเหล่านั้นเรียกว่า คีโตน (Ketone) โดยร่างกาย จะปล่อยคีโตนที่ได้ เข้าสู่กระแสเลือด เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงาน โดยกระบวนการนี้ถูกเรียกว่า คีโตซิส (Ketosis) 

เลือดเป็นกรด

         ซึ่งในผู้ป่วยเบาหวาน ที่มีภาวะขาดฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งคือภาวะที่ร่างกาย ไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ ส่งผลให้น้ำตาลที่ได้รับมาค้างอยู่ในเลือด หรือน้ำตาลในเลือดสูง และเมื่อไม่สามารถใช้น้ำตาลได้ ร่างกายจึงเข้าสู่ภาวะคีโตซิส เพื่อผลิตคีโตน ออกมาใช้แทน และเมื่อคีโตนภายในเลือดสูง จะทำให้ผู้ป่วยเบาหวาน เกิดภาวะเลือดเป็นกรด ร่วมกับน้ำตาลในเลือดสูง แพทย์จะเรียกอาการนี้ว่า ไดอะบีติค คีโตเอซิโดซิส (Diabetic Ketoacidosis : DKA) มักเกิดกับผู้ป่วยเบาหวาน ประเภทที่ 1 (ผู้ป่วยที่ต้องฉีดอินซูลิน)

อาการของ ภาวะคีโตเอซิโดซิส

  • มีระดับน้ำตาล และระดับคีโตนในเลือด หรือปัสสาวะสูง
  • กระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย
  • ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
  • หายใจเร็ว ลมหายใจกลิ่นเหมือนผลไม้
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • น้ำหนักลด เหนื่อย ซึมลง

หากไม่ได้รับการรักษา อาการดังกล่าวจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้น ผิวหนังจะแดงและแห้ง มีอาการเหม่อลอย ไม่ได้สติ ไม่รู้สึกตัว ช็อกหมดสติ และอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เท่านั้น ทางบริษัทไม่สามารถให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลได้ หากท่านมีความกังวล และต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

สามารถเฝ้าระวัง ภาวะ เลือดเป็นกรด ได้อย่างไรบ้าง?

         แม้ว่าภาวะเลือดเป็นกรด มักเกิดขึ้น ในผู้ป่วยผู้ป่วยเบาหวาน ประเภทที่ 1 แต่ไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยเบาหวานประเภทอื่น จะไม่มีโอกาสเป็นนะคะ ดังนั้น การคอยติดตาม ระดับค่าคีโตน เป็นเรื่องที่ดีที่สุดค่ะ เพราะในบางครั้ง การกินยารักษาเบาหวาน อาจไม่เพียงพอต่อการควบคุม ระดับน้ำตาลในเลือด หากเมื่อไหร่ชะล่าใจ ไม่ได้กินยา หรือลืมกินยาไป ก็อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง จนเข้าสู่ระดับอันตรายได้ค่ะ ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานประเภทอื่น อาจจะเลือกตรวจค่าคีโตน เมื่อมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็ได้ค่

ที่ตรวจคีโตน

         เราสามารถตรวจสอบระดับคีโตนได้ ด้วยการใช้แผ่นทดสอบคีโตน ตรวจค่าคีโตนจากปัสสาวะ มาเปรียบเทียบกับตารางสี ที่ได้มากับชุดทดสอบ แต่ปัจจุบัน เครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือดบางรุ่น สามารถวัดค่าคีโตนได้ โดยจะแสดงผลออกมาบนหน้าจอ ไม่ต้องเปรียบเทียบสีเหมือนวิธีใช้แผ่นทดสอบคีโตนค่ะ ซึ่งผู้ป่วยเบาหวาน ที่ต้องวัดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นประจำอยู่แล้ว จะเหมาะกับการใช้ เครื่องวัดระดับน้ำตาล ที่มีการแสดงค่าคีโตน เพราะว่าจะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก และลดค่าใช้จ่ายลงได้เยอะเลยค่ะ

เครื่องตรวจวัดน้ำตาล
เครื่องวัดน้ำตาล

ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้ เลือดเป็นกรด ?

         หลังจากที่ทราบถึงอันตราย ของการเข้าสู่ภาวะเลือดเป็นกรดไปแล้ว จะเห็นได้ว่า เป็นภาวะแทรกซ้อนหนึ่ง ที่ควรระวังเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ ดังนั้น เรามาดูวิธีป้องกันภาวะร้ายนี้กันดีกว่านะคะ

ketoacidosis

  1. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในระดับปกติเสมอ หากไม่สามารถควบคุมได้ ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด
  2. หมั่นสังเกตค่าคีโตนเป็นประจำ หรือตรวจสอบ เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 240 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  3. ถ้าพบค่าคีโตน หรือระดับน้ำตาลในเลือดสูง ให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย
  4. ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลิน ควรปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
  5. ไม่ควรงดอาหาร แต่ให้เลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และโภชนาการ
  6. หากสังเกตว่ามีสัญญาณผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อยมาก อาเจียน มีอาการเหม่อลอย ให้ปรึกษาแพทย์ทันที
วิธีคุมเบาหวานให้อยู่หมัดง่าย ๆ แค่เลือกทาน อ่านเลย!

สรุป

         สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน นอกจาก ต้องสังเกตค่าระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ระดับคีโตนก็เป็นเรื่องที่สำคัญนะคะ เพราะหากปล่อยให้ร่างกาย มีการสะสมคีโตนในเลือดมาก ๆ จะทำให้เลือดมีภาวะเป็นกรด ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ๆ เลยล่ะค่ะ อย่างไรก็ตาม การดูแลร่างกาย อาหารการกิน และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม เป็นเรื่องที่ดีที่สุดนะคะ

ใส่ความเห็น