ความดันต่ำ – ความดันสูง ภัยเงียบตัวร้ายสำหรับผู้สูงอายุ

ความดันต่ำ

         ความดันต่ำ และ ความดันสูง หลายคนอาจจะมองว่าโรคเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าหากคุณกำลังรู้สึกปวดหัวบ่อยคล้ายโรคไมเกรน ปวดตึงที่ต้นคอ บางครั้งก็หน้ามืด หรืออยู่ ๆ เลือดกำเดาก็ไหล ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ล่ะก็ คุณอาจจะเป็นโรคความดันต่ำหรือความดันสูงแล้วล่ะค่ะ ซึ่งเราสามารถเช็คค่าความดันได้ ด้วยเครื่องวัดความดัน แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าโรคเหล่านี้อันตรายอย่างไร? บทความนี้มีคำตอบให้ค่ะ

สารบัญ

 ความดันต่ำ – ความดันสูง มาทำความรู้จักกับโรคนี้กันเถอะ

ความดันต่ำ

         คำว่าความดันที่เรามักจะเรียกกันจนติดปาก จริง ๆ แล้วชื่อเต็มของคำนี้คือ ความดันโลหิต เป็นค่าความดันของกระแสเลือดในหลอดเลือดแดง ซึ่งเกิดจากการสูบฉีดเลือดของหัวใจ โดยที่เมื่อหัวใจบีบตัว เราจะได้ค่าความดันตัวบน และเมื่อหัวใจคลายตัว เราจะได้ค่าความดันตัวล่าง ซึ่งค่าความดันโดยปกติ จะอยู่ที่ประมาณ 120/80 มิลลิเมตรปรอท ถ้าสูงหรือต่ำมากกว่านี้จนเกินไป จะเข้าสู่ภาวะความต่ำหรือความดันสูง ซึ่งค่าความดันเหล่านี้วัดได้โดยเครื่องวัดความดัน

ความดันต่ำ (Hypotension) คือ ภาวะที่ความดันของกระแสเลือดในหลอดเลือดแดงต่ำกว่าปกติ หรือค่าความดันเลือดต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท พบได้ทั้งชายและหญิงทุกช่วงอายุ แต่พบมากในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคร้ายแรงบางชนิด

สาเหตุ
         ภาวะความดันต่ำ มีอยู่หลายสาเหตุ ดังนี้

  1. ขาดสารอาหารบางชนิด เช่น โปรตีน วิตามินซี ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแดงไม่แข็งแรง จนเกิดการคลายตัวมากเกินไป
  2. ภาวะขาดน้ำ ทำให้เลือดไหลเวียนและกลับเข้าสู่หัวใจได้น้อย ซึ่งส่งผลให้หัวใจเต้นบีบตัวน้อยลง จนเกิดภาวะความดันในเลือดต่ำ
  3. การไม่ได้ออกกำลังกายเป็นเวลานาน และมีการเปลี่ยนท่านั่งหรือท่ายืนอย่างกะทันหัน หลังจากนอนนาน ๆ
  4. ภาวะเลือดจาง ส่งผลให้ความเข้มข้นของเลือดน้อยลง จนนำไปสู่ความดันในหลอดเลือดต่ำ
  5. มีการกระตุ้นสมองและวงจรประสาทอัตโนมัติ ทำให้หลอดเลือดและหัวใจทำงานผิดปกติ ความดันจึงต่ำลง เช่น กลัว ตกใจ เจ็บ หรืออากาศร้อนอบอ้าว การอาบน้ำอุณหภูมิอุ่นจัด หรือการหยุดพักทันทีขณะออกกำลังกายอย่างหนัก
  6. โรคภูมิแพ้หรือภาวะช็อกจากการติดเชื้อ ส่งผลให้มีการขยายตัวของหลอดเลือดมากเกินปกติ
  7. โรคหัวใจ ซึ่งหัวใจบีบตัวผิดปกติ จึงลดแรงดันในหลอดเลือด ส่งผลให้ความดันเลือดต่ำ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ
  8. การตั้งครรภ์ เนื่องจากร่างกายต้องเพิ่มเลือดเพื่อหล่อเลี้ยงทารกในครรภ์ การไหลเวียนหรือปริมาณชองเลือดในร่างกายของแม่ลดลง ส่งผลให้เกิดความดันต่ำได้
  9. โรคต่อมไร้ท่อ ซึ่งสร้างฮอร์โมนควบคุมการทำงานของหัวใจ หลอดเลือด และเกลือแร่ต่าง ๆ ที่เป็นตัวอุ้มน้ำในหลอดเลือด จึงส่งผลถึงการไหลเวียนของเลือด
  10. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาขับน้ำ ยาลดความดันในเลือดสูง ยาทางจิตเวชบางชนิด

อาการ
         ปกติแล้วภาวะความดันต่ำจะไม่เกิดอาการผิดปกติใด แต่ถ้าหากอยู่ในภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ จะมีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ เป็นลม ใจสั่น คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ตัวเย็น หรือกระหายน้ำ
         แต่ถึงแม้ว่าอาการจะไม่รุนแรงมาก ก็ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจดูสาเหตุและอาการให้แน่ชัด เพราะหากปล่อยไว้นาน ๆ อาจทำให้สมองขาดเลือด หมดสติ และชัก จึงนำไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นได้

ความดันต่ำ

ความดันสูง (Hypertension) คือ ภาวะที่ความดันของกระแสเลือดในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติ หรือค่าความดันเลือดสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท พบได้ทั้งชายและหญิงทุกช่วงอายุ แต่พบมากในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคร้ายแรงบางชนิด

สาเหตุ
         ภาวะความดันสูง สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ ชนิดทราบสาเหตุ และชนิดไม่ทราบสาเหตุ ดังนี้

ชนิดทราบสาเหตุ

  1. เป็นโรคอื่นอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเป็นผลให้เกิดภาวะความดันเลือดสูง เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดแดงตีบ โรคต่อมหมวกไต เนื้องอกบางชนิด
  2. การไม่ได้ออกกำลังกายเป็นเวลานาน การไหลเวียนของเลือดจึงไม่ปกติ
  3. โรคอ้วนหรือน้ำหนักตัวเกิน เพราะเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดต่าง ๆ ตีบจากภาวะไขมันเกาะผนังหลอดเลือด
  4. การกินอาหารเค็มอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไตทำงานหนัก อาจนำไปสู่โรคไตชนิดต่าง ๆ ได้
  5. พันธุกรรม ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง จะมีโอกาสและความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้มากกว่าผู้อื่น

ชนิดไม่ทราบสาเหตุ

         ผู้ที่มีภาวะความดันสูงส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นชนิดไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ แต่พบว่าตนเองเป็นตอนคัดกรองโรค ส่วนสาเหตุที่สันนิษฐานได้ว่าเกิดจากพันธุกรรม การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ หรือในบางราย จะเกิดภาวะความดันสูง แค่ตอนเข้าพบแพทย์เท่านั้น ซึ่งสันนิษฐานได้ว่ามาจากภาวะตื่นเต้น กดดัน หรือเครียด

อาการ
         ชนิดทราบสาเหตุ ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย ใจสั่น ตาพร่ามัว เหนื่อยง่าย มือเท้าชา และอาจจะมีเลือดกำเดาไหลได้ ส่วนในชนิดไม่ทราบสาเหตุ ผู้ป่วยมักจะไม่พบอาการผิดปกติใด ๆ แต่ในบางรายอาจมีอาการปวดตึงที่ต้นคอ เวียนศีรษะ และปวดที่ศีรษะคล้ายอาการของโรคไมเกรน อย่างไรก็ตามควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจดูสาเหตุและอาการให้แน่ชัด เพราะภาวะความดันสูงอาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดตีบ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เท่านั้น ทางบริษัทไม่สามารถให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลได้ หากท่านมีความกังวล และต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

อ่านบทความ : เครื่องวัดความดัน ตัวช่วยจับความดันสูง เลือกอย่างไรจึงจะเหมาะสม?

 ความดันต่ำ – ความดันสูง รักษาได้ไหม?

ความดันสูง

         เมื่อเป็นโรคความดันต่ำหรือความดันสูงแล้ว จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่เราสามารถควบคุมให้ค่าความดันคงที่ได้ ด้วยการกินยาที่ได้จากแพทย์ผู้รักษาอย่างสม่ำเสมอ และดูแลตนเองด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ ทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ ตรวจวัดค่าความดันทุกวัน และเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อเฝ้าระวังโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ยังสามารถดูแลตนเองได้ ดังนี้

โรคความดันต่ำ

  1. หลีกเลี่ยงการยืนเป็นเวลานาน ถ้าจำเป็นให้ใส่ถุงน่อง เพื่อลดการแช่ค้างของเลือด
  2. ยืดเส้นยืดสายเบา ๆ ทุกเช้า เพื่อให้เลือดสูบฉีดได้ดีขึ้น
  3. ดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้เพียงพอ วันละ 8 – 10 แก้ว
  4. กินยาต่าง ๆ ให้ถูกต้อง ตามคำสั่งแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
  5. กินอาหารแต่ละมื้อ ไม่ให้อิ่มเกินไป
  6. เปลี่ยนท่าทางต่าง ๆ ให้ช้าลง
  7. เวลานอนให้ยกศีรษะให้สูงกว่าปกติ

โรคความดันสูง

  1. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน หรือตามค่า BMI
  2. หลีกเลี่ยงความเครียด ผ่อนคลาย มีสุขภาพจิตที่ดี
  3. หลีกเลี่ยงการกินอาหารเค็ม
  4. กินยาต่าง ๆ ให้ถูกต้อง ตามคำสั่งแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
  5. ออกกำลังกายเป็นประจำ

ดูแลตนเองอย่างไร ไม่ให้เป็นโรคความดัน

อาการความดันสูง

         หลังจากเห็นถึงความร้ายกาจของภัยเงียบอย่างความดันต่ำและความดันสูงไป คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนที่รักใช่ไหมล่ะค่ะ ดังนั้น ต้องหมั่นดูแลตนเอง โดยมีวิธีง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ

  1. พยายามไม่เครียด ดูแลสุขภาพจิต
  2. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  3. หลีกเลี่ยงการกินอาหารเค็ม หวาน มัน
  4. กินยาที่แพทย์จ่ายให้ตามคำสั่งแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
  5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  6. งดดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติดทุกชนิด
  7. หมั่นตรวจเช็กค่าความดัน เพื่อควบคุมให้ค่าความดันเป็นปกติอยู่เสมอ
    เครื่องวัดความดัน

สรุป

        ความดันต่ำและความดันสูง เป็นภัยเงียบที่น่ากลัวมาก ดังนั้น ต้องดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ ที่สำคัญต้องหมั่นตรวจเช็กค่าความดัน ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หากมีค่าความดันที่ผิดปกติบ่อย ๆ ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษา เพื่อป้องกันโรคร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้นะคะ

BED & MATTRESS PRODUCT

ใบอนุญาตโฆษณาเลขที่ ฆพ.816/2563 *อ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้

จัดจำหน่าย บริษัท ฟาร์ ทริลเลียน จำกัด 73,75 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 89/2 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ10700

ใส่ความเห็น