fbpx

รู้ก่อนช้อป! มาตรการ ช้อปดีมีคืน ช้อปอย่างไรให้ได้ลดหย่อนภาษี?

ช้อปดีมีคืน

         ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยซบเซา หลายคนก็คงไม่กล้าออกไปช้อปปิ้งเหมือนเมื่อก่อน ไหนจะกลัวไวรัส เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี ร้านค้าก็พลอยแย่ไปด้วย ทางภาครัฐ จึงได้ออกมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” เพื่อกระตุ้นให้ประชาชน อยากออกไปใช้จ่ายเงินกันมากขึ้น แต่หลายคนก็ยังไม่รู้ว่า มาตรการนี้คืออะไร หรือมีเงื่อนไขอะไรบ้าง รีบอ่านบทความนี้ เพื่อเช็กสิทธิ์กันเลยค่ะ

ช็อปดีมีคืน

สารบัญ

ช้อปดีมีคืน ช้อปอย่างไรให้ได้ลดหย่อนภาษี

         ช้อปดีมีคืน เป็นมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย สำหรับบุคคลที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีกำลังซื้อ สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีได้ โดยนำจำนวนเงินที่ซื้อสินค้าและบริการ มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริง ซึ่งรวมกันไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน

ช็อปดีมีคืน

สามารถใช้สิทธิ์ตามมาตรการช้อปดีมีคืนได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนก่อนใช้สิทธิ์ แต่ต้องมีใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มรูปแบบ เพื่อใช้ในการขอลดหย่อนภาษี

เงื่อนไขของมาตรการช้อปดีมีคืน

  • ผู้ใช้สิทธิ์ ต้องซื้อสินค้ากับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
  • ต้องมีใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มรูปแบบ จากการซื้อสินค้า เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอลดหย่อนภาษี
  • ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือเข้าร่วมมาตรการคนละครึ่ง จะไม่สามารถใช้สิทธิ์มาตรการนี้ได้
  • ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 เพื่อใช้ลดหย่อนภาษีในปีภาษี 2563 ณ มีนาคม 2564
ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ต้องเป็นอย่างไร?

ซื้อสินค้าและบริการอะไรลดหย่อนภาษีได้และไม่ได้บ้าง?

         แม้จะมีมาตรการช้อปดีมีคืน แต่ไม่ใช่ว่าจะสามารถช้อปได้ทุกอย่างนะคะ มาดูกันว่าสินค้าและบริการอะไรบ้าง ที่ใช้ลดหย่อนภาษีทั้งได้ และไม่ได้ค่ะ

ลดหย่อนภาษี

สินค้าและบริการที่สามารถลดหย่อนภาษีได้

  • สินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่มีหน้าร้าน หรือร้านค้าออนไลน์ก็ได้ค่ะ แต่ต้องเป็นร้านค้าที่จดทะเบียนภาษี VAT ซึ่งสามารถออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มรูปแบบให้ได้เท่านั้นนะคะ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร
  • หนังสือ ทั้งที่เป็นสิ่งพิมพ์หรืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ทุกประเภท (ยกเว้นหนังสือประเภทนิตยสารและหนังสือพิมพ์) ทั้งนี้ หากเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมีเอกสารหลักฐานที่ชัดเจน จึงจะสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้นะคะ
  • สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว โดยสามารถตรวจสอบร้านค้าได้ที่ otoptoday

สินค้าและบริการที่ไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้

  1. สุรา เบียร์ และไวน์
  2. ยาสูบ
  3. ค่าน้ำมัน และก๊าซ สำหรับเติมยานพาหนะ
  4. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ
  5. หนังสือพิมพ์และนิตยสาร ทั้งสิ่งพิมพ์ และอิเล็กทรอนิกส์
  6. บริการจัดนำเที่ยว
  7. ที่พักในโรงแรม

ใครสามารถเข้าร่วมมาตรการนี้ได้บ้าง?

         มาตรการช้อปดีมีคืน ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคนนะคะ ต้องเป็นบุคคลที่มีการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2563 ที่จะยื่นแบบภาษีในต้นปี 2564 โดยจะได้รับการลดหย่อนภาษีจากมาตรการช้อปดีมีคืน ดังนี้

ช็อปดีมีคืน

  • เงินได้ต่อปีไม่เกิน 150,000 บาท (ได้รับการยกเว้นภาษี) ไม่สามารถเข้าร่วมมาตรการนี้ได้
  • เงินได้ต่อปี 150,001 – 300,000 บาท ลดหย่อนภาษีสูงสุด 1,500 บาท
  • เงินได้ต่อปี 300,001 – 500,000 บาท ลดหย่อนภาษีสูงสุด 3,000 บาท
  • เงินได้ต่อปี 500,001 – 750,000 บาท ลดหย่อนภาษีสูงสุด 4,500 บาท
  • เงินได้ต่อปี 750,001 – 1,000,000 บาท ลดหย่อนภาษีสูงสุด 6,000 บาท
  • เงินได้ต่อปี 1,000,001 – 2,000,000 บาท ลดหย่อนภาษีสูงสุด 7,500 บาท
  • เงินได้ต่อปี 2,000,001 – 5,000,000 บาท ลดหย่อนภาษีสูงสุด 9,000 บาท
  • เงินได้ต่อปี 5,000,001 บาทขึ้นไป ลดหย่อนภาษีสูงสุด 10,500 บาท

         ส่วนผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ต่ำกว่า 150,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี แต่มีค่าลดหย่อนภาษีอื่น ๆ ที่ช่วยให้ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว จะไม่ได้สามารถใช้สิทธิ์ในมาตรการช้อปดีมีคืนได้ค่ะ

 

ช้อปดีมีคืน ต่างจาก คนละครึ่ง อย่างไร?

         หลายคนกำลังสงสัยว่า มาตรการช้อปดีมีคืน กับ คนละครึ่งต่างกันอย่างไร? มาตรการไหนดีกว่า? แบบไหนถึงจะเหมาะกับตัวเอง? ซึ่งช้อปดีมีคืนกับคนละครึ่ง มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนี้

ช็อปดีมีคืน

  1. มาตรการคนละครึ่ง เหมาะกับผู้ที่มักซื้อสินค้า จากร้านค้าขนาดเล็ก เช่น ตลาด ร้านโชห่วย หาบเร่ แผงลอย (ต้องเป็นร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ) แต่มาตรการช้อปดีมีคืน จะสามารถซื้อสินค้าและบริการได้จากร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้เท่านั้น ซึ่งจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อ เป็นส่วนใหญ่
  2. หากคำนวนเงินที่ได้รับคืนจากรัฐ มาตรการช้อปดีมีคืน รัฐสามารถจ่ายให้ได้สูงสุด 10,500 บาท ในขณะที่คนละครึ่ง รัฐจ่ายให้สูงสุด 150 บาทต่อวัน และ 3,000 บาทตลอดมาตรการ
  3. มาตรการคนละครึ่ง เปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้กับทุกคน ขอเพียงแค่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในขณะที่ช้อปดีมีคืนต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่านั้น จึงจะใช้สิทธิ์ได้
  4. มาตรการคนละครึ่ง จะต้องใช้จ่ายผ่านแอพเป๋าตังเท่านั้น

         ทั้งสองมาตรการ แม้จะประหยัดเงินในกระเป๋าเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันอยู่นะคะ จึงควรดูว่า ตนเองเหมาะกับการใช้จ่ายแบบไหนมากกว่ากัน เพราะถ้ารับสิทธิ์มาตรการใดมาตรการหนึ่งไปแล้ว จะไม่สามารถรับสิทธิ์อีกมาตรการได้นะคะ

สรุป

         มาตรการช้อปดีมีคืน เป็นมาตรการที่กระตุ้นให้ประชาชน ออกไปใช้จ่ายเงิน ซึ่งเป็นสิทธิของประชาชนที่มีสิทธิ ตรงตามมาตรการ ควรจะได้รับนะคะ ดังนั้น รีบเช็กสิทธิ์ แล้วออกไปใช้จ่ายกันเยอะ ๆ นะคะ แต่ถึงอย่างไร การใช้จ่ายเงิน ก็ควรดูถึงความคุ้มค่า และประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก เพื่อที่จะได้จัดสรรปันส่วนเงินได้อย่างเป็นระบบ แล้วจะไม่เกิดปัญหาภายหลังได้นะคะ

BED & MATTRESS PRODUCT

ใบอนุญาตโฆษณาเลขที่ ฆพ.816/2563 *อ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้

จัดจำหน่าย บริษัท ฟาร์ ทริลเลียน จำกัด 73,75 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 89/2 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ10700

ใส่ความเห็น