ยาฟ้าทะลายโจร ใช้รักษาแต่ไม่ป้องกันโควิด-19 หมอย้ำ! กินไม่ถูก เสี่ยงตับ-ไตพัง!!!

ยาฟ้าทะลายโจร

         เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่โด่งดังมาก สำหรับ“ยาฟ้าทะลายโจร” ที่หลายคนโดยเฉพาะในแวดวงผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ กำลังฮิตนำมารับประทานกันวันละหลายสิบเม็ด โดยเชื่อว่า จะช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ แถมยังมีการส่งต่อข้อมูลความเชื่อนี้ผ่านโซเชียลต่าง ๆ มากมาย ซึ่งทางการแพทย์ก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่าไม่เป็นความจริง อีกทั้งหากกินอย่างไม่ถูกต้อง อาจเสี่ยงเกิดอันตรายต่อร่างกาย มาดูกันว่า ยาฟ้าทะลายโจรนี้เกี่ยวข้องกับโควิด-19 อย่างไร? และควรกินอย่างไรถึงจะถูกต้องค่ะ

ยาฟ้าทะลายโจร

สารบัญ

ทำความเข้าใจให้ชัด ยาฟ้าทะลายโจร ใช้รักษาโควิด-19 แต่ใช้ป้องกันไม่ได้!

         ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรไทยชนิดหนึ่ง ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (ชื่อวิทยาศาสตร์ Andrographis Paniculata) จากการศึกษาวิจัยทางคลินิกพบว่า มีสรรพคุณในการรักษาอาการไอและเจ็บคอได้ดี และยังช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการจากไข้หวัด อีกทั้งยังลดอาการอักเสบของระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้อีกด้วย (อ้างอิงข้อมูล : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล)

ยาฟ้าทะลายโจร

         เมื่อมีการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ยังไม่มียารักษาโรคเฉพาะ แต่เนื่องด้วยอาการของโรคโควิด-19 มีส่วนคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดใหญ่ และส่งผลกับระบบทางเดินหายใจโดยตรง จึงทำให้ยาที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ ถูกนำมาศึกษาวิจัยและใช้รักษาในปัจจุบัน เช่น ยาฟาวิพิราเวียร์ รวมทั้งฟ้าทะลายโจรที่มีสรรพคุณดังที่กล่าวข้างต้น ก็ถูกนำมาศึกษาวิจัยด้วย

จากการศึกษาวิจัยพบว่า ฟ้าทะลายโจร มีสารสำคัญที่ชื่อว่า แอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ซึ่งออกฤทธิ์ในการรักษาอาการไข้หวัดต่าง ๆ เบื้องต้นผู้เชี่ยวชาญได้นำสารชนิดนี้ไปทดสอบกับเชื้อโควิด-19 ในหลอดทดลอง พบว่า ฟ้าทะลายโจรไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ แต่หากติดเชื้อแล้ว สามารถออกฤทธิ์ฆ่าและยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี

         หลังจากนั้น ได้มีการนำยาฟ้าทะลายโจรมาทดสอบกับทั้งสัตว์และคน (อาสาสมัคร) เพื่อหาผลเสียต่าง ๆ จนในช่วงประมาณกลางปี 2563 ก็ได้มีการนำไปทดลองใช้จริงกับผู้ป่วยโควิด-19 ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ จำนวน 57 ราย โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ผลทดสอบพบว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ไม่ได้ยาฟ้าทะลายโจร เกิดปอดบวม 3 ราย แต่กลุ่มที่ได้รับยาฟ้าทะลายโจร ไม่พบผู้ป่วยคนใดเป็นปอดบวมเลย

ฟ้าทะลายโจร รักษาโควิด-19

ขอบคุณภาพจาก : ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข

         แม้เชื้อโควิด-19 จะพัฒนาเป็นสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) ก็ได้มีการทดลองใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ในภาคสนาม 2 แห่ง พบว่า ผู้ป่วยในเรือนจำนนทบุรี 1,300 ราย พบปอดบวม 50 ราย (3.85%) และในโรงพยาบาลบุษราคัม 525 ราย พบปอดบวม 20 ราย (3.81%) อีกทั้งยังพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการข้างเคียง เช่น ท้องเดิน อาเจียน ปวดหัว ลมพิษ แต่เมื่อหยุดยาแล้วอาการต่าง ๆ ก็ดีขึ้น

         ในปัจจุบันราชกิจจานุเบกษา ก็ได้มีการประกาศเพิ่มยาฟ้าทะลายโจร เป็นหนึ่งในยาหลักรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยนำมารักษาร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่รักษาแบบ Home Isolation หรือ Community Isoaltion (ตามดุลยพินิจของแพทย์) ซึ่งการศึกษาและวิจัยเรื่องการใช้ฟ้าทะลายโจรในผู้ป่วยโควิด-19 นี้ งานวิจัยดังกล่าวก็ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Natural Products อีกด้วย

         อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของการใช้ฟ้าทะลายโจรคือการรับประทานอย่างถูกต้อง ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยแพทย์เน้นย้ำว่า บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้มีอาการป่วย หรือมีความเสี่ยงสูง ไม่ควรรับประทานเพื่อใช้ป้องกันโควิด-19 เพราะหากกินในปริมาณที่ไม่ถูกต้อง นอกจากจะรักษาไม่ได้ผลแล้ว อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น ตับ-ไตพัง ชาตามมือและเท้า ความดันโลหิตต่ำ เป็นต้น

รวมสารพัดวิธีป้องกันโควิด ที่ยิ่งทำยิ่งเสี่ยงอันตราย! คุณกำลังทำอยู่หรือเปล่า?! เช็กเลย!

กิน ยาฟ้าทะลายโจร อย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด

         สำหรับบุคคลทั่วไปที่แพทย์แนะนำให้รับประทาน คือ ผู้ป่วยโควิด-19 และผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูง เช่น ใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 ไปในสถานที่เสี่ยงสูง มีอาการโควิด-19 เป็นต้น โดยเบื้องต้นหากใช้ชุด Rapid Antigen Test แล้วพบว่าติดเชื้อ ก็สามารถรับประทานยาฟ้าทะลายโจรร่วมกับการกักตัวได้ แต่ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มรับประทาน

ฟ้าทะลายโจร ผลข้างเคียง

ผู้ที่ไม่ควรกินยาฟ้าทะลายโจร

  • ผู้ที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์และให้นมบุตร เพราะอาจทำให้ทารกเกิดอันตรายหรือพิการได้
  • มีโรคประจำตัว เช่น ตับอักเสบ ไตวาย โรคหัวใจ มีภาวะความดันโลหิตต่ำ
  • กินยาโรคประจำตัว เช่น ยาละลายลิ่มเลือด (วาร์ฟาริน) ยาลดความดัน
  • มีประวัติแพ้ฟ้าทะลายโจร เช่น กินแล้วผื่นขึ้น แน่นหน้าอก ปากบวมตาบวม

วิธีการกินยาฟ้าทะลายโจรให้ได้ผลดีและปลอดภัยที่สุด สำหรับผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป (อ้างอิงข้อมูลจาก ศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร และจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข)

  • ผงยาฟ้าทะลายโจร กินวันละ 6 กรัม ครั้งละ 3 – 4 เม็ด แบ่งกินวันละ 3 ครั้ง กินต่อเนื่อง 5 วัน
  • สารสกัดฟ้าทะลายโจร ต้องเลือกกินยี่ห้อที่มีสาร Andrographolide (ซึ่งในแต่ละยี่ห้อจะมีปริมาณต่อแคปซูลหรือเม็ดไม่เท่ากัน) โดย 1 วันร่างกายต้องได้รับสาร Andrographolide 180 มิลลิกรัม ให้แบ่งกินวันละ 3 ครั้ง กินต่อเนื่อง 5 วัน
  • ฟ้าทะลายโจรใบสด สามารถนำมาชงน้ำร้อนดื่ม วันละ 3 – 4 ครั้ง ครั้งละ 5 – 10 ใบ ให้กินต่อเนื่อง 5 วัน

ฟ้าทะลายโจรแก้

สำหรับเด็กอายุ 4 – 11 ปี (ต่ำกว่า 4 ปีไม่ควรกิน)

  • ผงยาฟ้าทะลายโจร กินวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 แคปซูล ต่อเนื่อง 5 วัน
  • สารสกัดฟ้าทะลายโจร ต้องได้รับสาร Andrographolide 30 มิลลิกรัมต่อวัน ให้แบ่งกินวันละ 3 ครั้ง กินต่อเนื่อง 5 วัน
  • ฟ้าทะลายโจรใบสด ชงน้ำร้อนดื่ม วันละ 3 – 4 ครั้ง ครั้งละ 3 – 5 ใบ กินต่อเนื่อง 5 วัน

*หากไม่ทราบปริมาณสาร Andrographolide ให้ผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป กินตามคำแนะนำในฉลากหรือตามคำแนะนำของแพทย์ ส่วนเด็กอายุ 4 – 11 ปี ให้ลดขนาดยาลงครึ่งหนึ่งของผู้ใหญ่

เช็กปริมาณสาร Andrographolide ของยาฟ้าทะลายโจรแต่ละยี่ห้อ ได้ที่นี่

ข้อควรระวัง

  • ไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 5 วันต่อสัปดาห์ และไม่ควรกินเกิน 3 เดือน ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง
  • หากมีอาการผิดปกติ หรือคาดว่าน่าจะแพ้ยา เช่น ผื่นขึ้น หายใจลำบาก หน้าบวม ให้หยุดยาแล้วไปพบแพทย์ทันที
  • หากภายใน 3 วันอาการยังไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบแพทย์อีกครั้ง

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้

  • ปวดท้อง ท้องเสีย
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
  • หนาวง่าย มือและเท้าเย็นกว่าปกติ
  • ความดันต่ำ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด
  • อ่อนแรง ชา ตามมือและเท้า

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เท่านั้น ทางบริษัทไม่สามารถให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลได้ หากท่านมีความกังวล และต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย


FAH FIRST AID ผู้ช่วยดูแลทุกปัญหาของฟ้าทะลายโจร พร้อมแจกยาฟรีสำหรับผู้ป่วยโควิด-19!

         เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ประเทศไทยได้มีการใช้ฟ้าทะลายโจรกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งทำให้เกิดปัญหาและข้อสงสัยต่าง ๆ มากมาย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงได้จัดทำ Line Official Account ที่ชื่อว่า FAH FIRST AID ขึ้น เพื่อให้ความรู้และตอบข้อซักถามประชาชนเกี่ยวกับยาฟ้าทะลายโจรที่ถูกต้อง

ยาฟ้าทะลายโจร

         นอกจากนี้ FAH FIRST AID ยังเปิดให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางไลน์ เพื่อรับยาฟ้าทะลายโจรฟรี สำหรับการรักษาอาการโควิด-19 เบื้องต้น โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องการพิจารณาและจัดสรรยาให้ โดยผู้ที่มีสิทธิในการรับยาฟรี ต้องมีคุณสมบัติใน 3 กลุ่ม ดังนี้

  • ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่กำลังรอเตียง หรือทำการรักษาแบบ Home Isolation
  • ผู้ที่กำลังรอผลตรวจโควิด-19 (เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจัดส่งยาฟ้าทะลายโจรให้)
  • เป็นผู้ใกล้ชิดผู้ป่วย หรือเสี่ยงติดเชื้อสูง

วิธีการลงทะเบียน

  1. เพิ่มเพื่อนในไลน์ @fahdtam จากนั้นกดลงทะเบียน
  2. กรอกข้อมูลส่วนตัว และระบุสถานะ
  3. กรอกแบบสอบถามตามสถานะ
  4. กดปุ่มติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อรับคำแนะนำโดยแพทย์ หรือลงทะเบียนรับยาฟ้าทะลายโจร

ขั้นตอนหากประสงค์ลงทะเบียนรับยาฟรี

  1. กดลงทะเบียนรับยาฟ้าทะลายโจร
  2. กรอกข้อมูลบัตรประชาชน ข้อมูลสุขภาพ และที่อยู่ในการจัดส่งยาฟ้าทะลายโจร
  3. หากลงทะเบียนรับยาฟ้าทะลายโจรสำเร็จ ระบบจะขึ้นสถานะ โดยจะได้รับยาฟ้าทะลายโจรภายใน 3 วัน

         นอกจากนี้ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้เปิดสายด่วนฟ้าทะลายโจร เพื่อตอบทุกคำถามและชี้แจงทุกข้อสงสัย ที่หมายเลขโทรศัพท์ 065-504-5678 และช่องทางโซเชียลมีเดียของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น.

เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว

  • สามารถวัดระดับออกซิเจนในเลือด (Sp02) อัตราการเต้นของหัวใจ (PR) และค่าการไหลเวียนของเลือด (PI) ได้
  • มีเสียงแจ้งเตือน เมื่อระดับออกซิเจนในเลือด และอัตราชีพจรผิดปกติ
  • หน้าจอ OLED หน้าจอขนาดใหญ่ ปรับความสว่างได้ 5 ระดับ
  • อุปกรณ์ครบชุด 

logo lazada  logo shopee

สรุป

         ปัจจุบันฟ้าทะลายโจร เป็นทางเลือกหนึ่ง ในการนำมารักษาโรคโควิด-19 ได้ อย่างไรก็ตาม ตัวยาต้องถูกจ่ายภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะหากกินไม่ถูกอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ และพยายามอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ส่งต่อกันโดยไม่มีมูล ไม่ว่าจะเป็นยาฟ้าทะลายโจร หรือวิธีการป้องกันแบบไหน สิ่งสำคัญคือควรศึกษาหาข้อมูลที่เชื่อถือได้หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนนำมาปฏิบัติจริง เพราะวิธีเหล่านั้น อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีก็เป็นได้