กินเค็มเยอะ อาการเตือนที่ควรสังเกตไว้ ก่อนไตวายไม่รู้ตัว!

กินเค็มเยอะ อาการ

          กินเค็มเยอะ อาการเป็นอย่างไร? ต้องบอกก่อนเลยว่าแย่แน่นอนค่ะ เนื่องจากโซเดียมเป็นสารอาหารที่แม้ว่าจะจำเป็นต่อร่างกายก็จริง แต่การกินอาหารเค็มจัด หรือการได้รับโซเดียมในปริมาณที่มากเกินไป ไม่ว่าจะจากอาหารกึ่งสําเร็จรูป อาหารแช่แข็ง รวมไปถึงอาหารหมักดองในปริมาณที่มากเกินไปจะมีผลต่อสุขภาพอย่างมาก สำหรับใครที่ติดเค็มโอกาสที่จะเสี่ยงเกิดโรคร้ายมีสูงแน่นอน เราเลยจะพาคุณไปเช็กว่า กินเค็มเยอะ อาการแบบไหนที่เป็นสัญญาณเตือนบอกโรคร้าย

กินเค็มเยอะ อาการบ่งบอกมีอะไรบ้าง

          กินเค็มมากเกินไป อาการแบบไหนที่กำลังเตือนว่าร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินจำเป็น? หลายคนอาจคุ้นชินกับการกินอาหารเค็มจัด จนกลายเป็นนิสัยโดยไม่รู้ตัว ทั้งการเติมน้ำปลา ซดน้ำซุป หรือรับประทานอาหารแปรรูปเป็นประจำ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคที่เกิดจากการกินเค็ม ได้ในระยะยาว

กินเค็ม เยอะอาการ

อาการที่บอกว่าคุณกินเค็มเกินไป

  • เกิดการบวมในร่างกาย เนื่องมาจากเกลือสามารถทำให้เกิดการกักน้ำในร่างกายเพื่อใช้ในการละลายความเข้มข้นของโซเดียม สามารถสังเกตุได้จากท้องป่อง หน้าบวม แขนบวม ขาบวม และอาจจะมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งรู้หรือไม่ว่านั่นคือ โรคที่เกิดจากการกินเค็ม เช่นกัน
  • พบโซเดียมสูงในเลือด หมายความว่า พบค่าโซเดียมในเลือดสูงมากว่า 145 mmol/L โดยการกินเค็มเยอะ อาการจะคอแห้ง กระหายน้ำ ปวดศีรษะ อารมณ์หงุดหงิด หากวัดความดันโลหิตจะพบความดันโลหิตสูง และอาจนำไปสู่ภาวะอันตรายต่อการไหลเวียนของเลือด ช็อก หมดสติได้
  • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าปกติ ปัสสาวะมีสีเข้ม และมักจะรู้สึกกระหายน้ำหลังจากปัสสาวะเสร็จ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ไตพยายามขับโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะอย่างรวดเร็ว
  • ชอบกินขนม ขนมกรุบกรอบ หรือเครื่องปรุงที่มีรสเค็มสูง เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว เป็นต้น นี่เป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าคุณกำลังติดเค็ม
ร่างกายรับปริมาณโซเดียมต่อวันได้เท่าไหร่ ถึงจะไม่เป็นอันตราย?!

กินเค็มมากเกินไป เสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

         จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า กินเค็มเยอะ อาการเป็นอย่างไร และแน่นอนเลยว่าสิ่งหนึ่งที่จะตามมาและหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ การเกิดโรคต่าง ๆ โดยโรคร้ายอาจตามมาจากการกินเค็มในปริมาณมากและเป็นเวลานาน แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่ดี รู้ก่อนป้องกันก่อนหากไม่อยากเสี่ยงเป็นโรค ดังต่อไปนี้

กินเค็มเยอะ อาการมีอะไรบ้าง

กินเค็มมากเป็นโรคอะไร?

  • โรคไต กินเค็มเป็นโรคไต การได้รับโซเดียมปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ไตทำงานหนักขึ้น และนำไปสู่การเกิดโรคไตอย่างถาวร
  • โรคกระดูกพรุน นอกกจาการ กินเค็มโรคไต แล้วการได้รับโซเดียมที่มากขึ้น ทำให้ร่างกายต้องขับแคลเซียมที่จำเป็นต่อการสร้างและคงความแข็งแรงของกระดูกออกไปทางปัสสาวะจำนวนมาก ส่งผลให้กระดูกบาง เมื่อ กินเค็มแล้วปวดหลังเสี่ยงต่อภาวะเปราะหักง่าย รวมถึงอาจเป็นสาเหตุของโรคกระดูกพรุน
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ การได้รับโซเดียมปริมาณมากอาจส่งผลให้หลอดเลือดและหัวใจนั้นทำงานหนักขึ้น จึงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว และภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้
  • โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร กินเค็มแล้วปวดท้อง อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งชนิดนี้ เพราะเกลืออาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้
  • โรคความดันโลหิตสูง โซเดียมจะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้ในหลอดเลือดมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณเลือดในระบบไหลเวียนเพิ่มสูงขึ้นและดันให้ความดันโลหิตพุ่งสูงตามไปด้วย
กินเค็ม กินหวาน กินมัน พฤติกรรมเสี่ยงโรคร้าย อาจตายไม่รู้ตัว!

โซเดียมยังจำเป็นต่อร่างกาย แค่ต้องกินให้เหมาะสม

         เราไม่สามารถเลิกกินเค็มได้ 100% อย่างแน่นอน เพราะอย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่าร่างกายของเรานั้นยังคงมีความจำเป็นต่อการได้รับโซเดียม และโซเดียมก็มีความจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งข้อดีของการได้รับโซเดียม คือ  ช่วยให้เส้นประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเป็นปกติ ช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลียจากความร้อนหรือลมแดดได้

กิมเค็มโรคไต

         ในส่วนของข้อเสียก็คือ หากบริโภคโซเดียมในปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย จะก่อให้เกิดการเสื่อมของไต เพราะไตทำหน้าที่ขับโซเดียม  เมื่อไตทำงานได้ลดลงจะทำให้มีการคั่งของเกลือ  มีการบวมน้ำ ส่งผลให้ความดันโลหิตสูง และเกิดโรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคร้ายอื่น ๆ ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ

กินหวานแก่เร็ว จริงเหรอ? ภัยร้ายจากการติดหวานที่หลายคนยังไม่รู้!

วิธีเลี่ยงเค็มที่ถูกต้อง เพื่อสุขภาพที่ดี

         เพื่อการมีสุขภาพที่ดี ควรทานเค็มอย่างเหมาะสมและในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย สำหรับใครที่มีความรู้สึกว่า กินเค็มเยอะ อาการ เริ่มผิดปกติและกังวลว่าจะเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ แนะนำวิธีเลี่ยงเค็มที่ถูกต้องดังนี้

วิธีเลี่ยงเค็มที่ถูกต้อง

วิธีเลี่ยงกินเค็มที่ถูกต้อง มีดังนี้

  • ปรุงอาหารกินเอง การปรุงอาหารทานเองจะช่วยให้เราสามารถจำกัดปริมาณโซเดียมได้อย่างเหมาะสมและ หลีกเลี่ยงการกินน้ำซุป เพราะน้ำซุปมีปริมาณโซเดียมสูงโดยเฉพาะการปรุงด้วยซุปก้อน
  • ลดการกินอาหารแปรรูป เนื่องจากอาหารประเภทนี้มีปริมาณโซเดียมเพิ่มขึ้นหลายเท่าเพื่อต้องการยืดอายุในการเก็บรักษาอาหารนั่นเอง และนอกจากอาหารแปรรูปจะมีโซเดียมสูงแล้ว ยังเสี่ยงก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็น รสเผ็ด เค็ม หวาน โดยการหันมากินอาหารรสจืดแทน และเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ตามสัดส่วนที่เหมาะสมและตามความต้องการของร่างกาย ก็จะช่วยลดความเสี่ยงโรคร้ายได้

เครื่องวัดความเค็ม

  • ใช้เครื่องมือช่วยควบคุมความเค็มของอาหาร นอกจากการปรับพฤติกรรมการกินแล้ว การใช้เครื่องมือช่วยวัดความเค็มก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยควบคุมโซเดียมได้แม่นยำขึ้น เพราะอาหารหลายชนิดมีความเค็มแฝงที่เราอาจไม่รู้ตัวได้ค่ะ การรู้ค่าความเค็มจะทำให้เราสามารถควบคุมโซเดียมในร่างกายได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงหากกินเค็มมากเกินไป และหนึ่งในตัวช่วยคือ ALLWELL SaltTrack เครื่องวัดความเค็มที่ช่วยตรวจระดับความเค็มในอาหารได้อย่างรวดเร็ว ทำให้รู้ความเค็มก่อนรับประทาน และช่วยควบคุมสุขภาพได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน

เครื่องวัดความเค็ม รุ่น ALLWELL SaltTrack

เครื่องวัดความเค็ม ALLWELL
  • ตรวจวัดค่าความเค็มได้อย่างรวดเร็วภายในประมาณ 5 วินาที
  • รองรับการวัดอุณหภูมิอาหารตั้งแต่ 1–99°
  • ผลิตจากวัสดุพลาสติก ABS คุณภาพดี ทนต่อความร้อน
  • มาพร้อมหน้าจอ LCD พร้อมแสง Backlight
  • ใช้งานสะดวก 3 ขั้นตอน ก็ทราบผล
  • เชื่อมต่อบลูทูธผ่านแอป Allwell+ บนมือถือ เพื่อบันทึกผลและแสดงในรูปแบบกราฟ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกินเค็มเยอะ เสี่ยงโรคร้าย

กินเค็มมากเป็นโรคอะไรได้บ้าง?

การกินอาหารเค็มจัดเป็นประจำ เสี่ยงหลายโรคมากเลยค่ะ เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกระดูกพรุน โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือโรคความดันโลหิตสูง

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า ไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับเกลือ1 ช้อนชา (ราว 5 กรัม)

อาจมีอาการ เช่น กระหายน้ำมากผิดปกติ บวมน้ำโดยเฉพาะบริเวณใบหน้า มือ และเท้า ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ความดันโลหิตสูง รวมถึงปัสสาวะบ่อยหรือมีลักษณะเปลี่ยนแปลงจากปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณว่าร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป หากเกิดขึ้นบ่อยหรือมีอาการต่อเนื่อง ควรเริ่มลดการกินเค็มลงทันทีและปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาว

หากรับความเค็มมากเกินไป สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอค่ะ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมออกมาทางปัสสาวะ ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย ผักใบเขียว รวมถึงออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการขับเหงื่อ และหลีกเลี่ยงการกินเค็มเพิ่ม

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูป ไส้กรอก แฮม ขนมขบเคี้ยว และอาหารหมักดอง ของกินเหล่านี้มีโซเดียมสูงมากค่ะ ควรเลี่ยงมากที่สุด

การสังเกตว่ากินเค็มเกินไปสามารถดูได้จากอาการเบื้องต้นที่ได้กล่าวไปข้างต้นเลยค่ะ แต่การดูจากอาการอย่างเดียวอาจไม่แม่นยำ วิธีที่ชัดเจนกว่าคือการใช้เครื่องวัดความเค็ม ALLWELL SaltTrack ที่ช่วยตรวจระดับความเค็มในอาหารได้ภายในประมาณ 5 วินาที ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับใช้ในบ้านและร้านอาหาร ช่วยให้ควบคุมโซเดียมได้แม่นยำและลดความเสี่ยงสุขภาพในระยะยาว

ALLWELL SaltTrack เป็นเครื่องวัดความเค็มที่ช่วยตรวจระดับโซเดียมในอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างรวดเร็วภายในประมาณ 5 วินาที ทำให้รู้ความเค็มก่อนรับประทานจริง ช่วยควบคุมสุขภาพได้แม่นยำมากขึ้น ตัวเครื่องใช้งานง่าย เพียง 3 ขั้นตอน มีหน้าจอ LCD วัดอุณหภูมิอาหารได้ 1–99° และใช้งานต่อเนื่องได้นาน 3–6 เดือน จึงเป็นตัวช่วยที่สะดวกในการควบคุมการบริโภคความเค็มในอาหาร ลดความเสี่ยงโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากกการบริโภคโซเดียมมากเกินไป

สรุป การกินเค็มเยอะ อาการเสี่ยงของโรคที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

         แม้ว่าโซเดียมจะมีความจำเป็นต่อร่างกาย แต่สิ่งสำคัญคือควรได้รับในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้นจึงจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปให้มากที่สุด และหันมาทำอาหารทานเองเพื่อควบคุมปริมาณโซเดียมได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงในระยะยาว อีกทั้งควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อการมีสุขภาพที่ดี และช่วยให้การควบคุมปริมาณโซเดียมทำได้แม่นยำยิ่งขึ้น สามารถใช้เครื่องวัดความเค็มจาก ALLWELL SaltTrack เป็นตัวช่วยในการตรวจสอบระดับความเค็มของอาหารก่อนรับประทาน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้รับโซเดียมเกินความจำเป็นในแต่ละวัน

บทความการกินอาหาร ที่น่าสนใจ

Website ของเรามีการเก็บ cookies เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ... อ่านเพิ่มเติม นโยบายคุกกี้

Close Popup