เชือกกระโดดเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องมีพื้นที่เยอะ และสามารถหยิบมาออกกำลังกายได้แทบทุกที่ แต่พอเริ่มเลือกซื้อจริง ๆ กลับมีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบมีสาย แบบไร้สาย หรือแบบที่มีฟังก์ชันช่วยติดตามการออกกำลังกาย จนหลายคนอาจสงสัยว่า เชือกกระโดดแบบไหนดี โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มต้น แล้วแต่ละแบบต่างกันอย่างไร? มือใหม่ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง? มาดูวิธีเลือกเชือกกระโดดแบบเข้าใจง่าย ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อกันค่ะ
เชือกกระโดดมีกี่แบบ? แต่ละแบบเหมาะกับใคร
หากถามว่า เชือกกระโดดมีกี่แบบจริง ๆ แล้วเชือกกระโดดสามารถแบ่งได้หลายประเภท ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ แต่ถ้ากำลังมองหาเชือกกระโดดสักเส้นและไม่รู้ว่าควรเลือกแบบไหนดี เราสามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานแบบเข้าใจง่าย ๆ ได้เป็น 4 แบบ ดังนี้

เชือกกระโดดแบบมีสายฝึกพื้นฐาน
เป็นแบบที่คุ้นเคยกันมากที่สุด มีสายเชื่อมระหว่างด้ามจับทั้งสองข้าง เหมาะสำหรับฝึกกระโดดเชือกทั่วไป โดยจะได้ฝึกทั้งจังหวะการหมุนเชือกและการกระโดดไปพร้อมกัน หากมีพื้นที่เพียงพอที่บ้านหรือบริเวณที่ออกกำลังกาย ก็สามารถใช้งานได้สะดวก และเหมาะกับการเริ่ม
เชือกกระโดดไร้สาย
เหมาะกับคนที่มีพื้นที่ไม่มาก เพราะไม่มีสายยาว ๆ ให้ต้องคอยระวังระหว่างกระโดด จึงเหมาะกับการออกกำลังกายในห้องหรือพื้นที่จำกัด แต่ลักษณะการใช้งานจะต่างจากแบบมีสาย เพราะไม่มีเชือกจริงหมุนผ่านด้านหน้าและใต้เท้า หากกำลังมองหาเชือกกระโดดไร้สาย ยี่ห้อไหนดีนอกจากดูเรื่องรูปแบบแล้ว ควรดูด้วยว่าด้ามจับถนัดมือไหม ระบบนับทำงานอย่างไร และมีฟังก์ชันอะไรที่ช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น
เชือกกระโดดสำหรับฝึกความเร็ว
เชือกประเภทนี้มักออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและหมุนได้เร็ว เหมาะกับคนที่ต้องการฝึกจังหวะและความเร็วในการกระโดด จึงมักพบในกลุ่มคนที่ฝึกกีฬา เช่น มวย จนหลายคนคุ้นกับคำว่าเชือกกระโดดนักมวย แต่ถ้าเพิ่งเริ่มกระโดดเชือก ยังไม่จำเป็นต้องเลือกแบบที่เน้นความเร็วมาก ๆ ควรฝึกควบคุมจังหวะและกระโดดให้ต่อเนื่องได้ก่อน
เชือกกระโดดที่มีระบบติดตามการออกกำลังกาย
เป็นเชือกกระโดดที่เพิ่มฟังก์ชันต่าง ๆ เข้ามา เช่น ระบบนับจำนวนครั้ง จับเวลา หรือเชื่อมต่อกับแอปเพื่อดูข้อมูลการออกกำลังกาย เหมาะกับคนที่อยากรู้ว่าตัวเองออกกำลังกายไปมากแค่ไหน และต้องการเก็บข้อมูลไว้ดูพัฒนาการ
อย่าง Smart Jump จาก ALLWELL เป็นเชือกกระโดดแบบ 2 in 1 ที่ใช้ได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย และสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth กับแอป ALLWELL+ เพื่อดูข้อมูลการออกกำลังกายได้
แนะนำ ALLWELL Smart Jump เชือกกระโดด 2 in 1 ใช้งานได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
หลังจากรู้แล้วว่า เชือกกระโดดมีกี่แบบ และแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานต่างกัน ถ้าใครกำลังมองหาเชือกกระโดดที่สามารถปรับใช้ได้หลายรูปแบบ เชือกกระโดด ของ ALLWELL รุ่น Smart Jump เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถใช้งานได้ทั้ง แบบมีสายและแบบไร้สาย จึงเลือกใช้ให้เหมาะกับพื้นที่และรูปแบบการออกกำลังกายได้
ทำไมต้องเลือกเชือกกระโดด ALLWELL
- ใช้งานได้แบบ 2 in 1 ทั้งแบบไร้สาย และมีสาย เลือกได้ตามความต้องการ
- มาพร้อมหน้าจอ LCD ช่วยนับจำนวนครั้งที่กระโดด ระยะเวลาที่ใช้ในการออกกำลังกาย และจำนวนแคลอรีเผาผลาญไป
- เป็นเชือกกระโดดที่สามารถเชื่อมต่อบลูทูธกับมือถือ ผ่านแอป Allwell+ เพื่อบันทึกผล และดูผลการออกกำลังกายแบบละเอียด บันทึกอัตโนมัติไม่ต้องจดเอง และดูประวัติย้อนหลังได้ไม่จำกัด
- สามารถเลือกโหมดเป้าหมาย การใช้เชือกกระโดดได้ 3 แบบ ทั้งโหมดอิสระ, โหมดจับเวลา และโหมดกำหนดจำนวน
- ควบคุมง่าย ด้วยขนาดกะทัดรัด หมุนลื่น ไร้เสียงรบกวน

หากกำลังมองหา เชือกกระโดดออกกำลังกาย ที่ใช้ได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย และมีระบบช่วยติดตามข้อมูลการออกกำลังกาย ALLWELL Smart Jump ก็เป็นอีกตัวเลือกที่สามารถนำมาพิจารณาให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเองได้
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเชือกกระโดด
มือใหม่ควรใช้เชือกกระโดดแบบมีสายหรือไร้สาย?
ใช้ได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับพื้นที่และความถนัด หากมีพื้นที่เพียงพอ แบบมีสายจะช่วยให้ฝึกจังหวะการหมุนเชือกได้ตามรูปแบบปกติ ส่วนแบบไร้สายเหมาะกับคนที่มีพื้นที่จำกัดและต้องการความสะดวกในการใช้งาน
เชือกกระโดดไร้สายเหมาะกับการออกกำลังกายที่บ้านไหม?
เหมาะโดยเฉพาะบ้านหรือห้องที่มีพื้นที่ไม่มาก เพราะไม่มีสายยาวให้ต้องคอยระวังระหว่างกระโดด แต่ควรเลือกพื้นที่ที่พื้นเรียบและมีบริเวณเหนือศีรษะเพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย
เชือกกระโดดนักมวยเหมาะกับมือใหม่ไหม?
ใช้ได้ แต่เชือกที่เน้นความเร็วอาจเหมาะกับคนที่มีพื้นฐานมากกว่า สำหรับมือใหม่ควรฝึกการควบคุมจังหวะและการกระโดดให้คล่องก่อน แล้วจึงค่อยเพิ่มความเร็วในการฝึก
เชือกกระโดดแบบไหนเหมาะกับคนที่มีพื้นที่จำกัด?
เชือกกระโดดไร้สายเป็นตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะกับพื้นที่จำกัด เพราะไม่ต้องใช้พื้นที่สำหรับการหมุนสายเชือก แต่ถ้าอยากได้ความยืดหยุ่นมากขึ้น อาจเลือกแบบที่สามารถใช้งานได้ทั้งมีสายและไร้สาย
ถ้าเพิ่งเริ่มกระโดดเชือก จำเป็นต้องซื้อรุ่นที่มีระบบอัจฉริยะไหม?
ไม่จำเป็น หากต้องการเพียงเชือกสำหรับออกกำลังกายทั่วไป สามารถเลือกแบบพื้นฐานได้ แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบดูจำนวนครั้ง เวลา หรือสถิติการออกกำลังกาย การมีระบบติดตามก็อาจช่วยให้วางเป้าหมายและดูพัฒนาการของตัวเองได้สะดวกขึ้น
สรุป เชือกกระโดดแบบไหนดี ต้องเลือกจากที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์
ถ้ายังไม่แน่ใจว่า เชือกกระโดดแบบไหนดี ให้เริ่มจากดูตัวเองก่อนว่า จะใช้ที่ไหน มีพื้นที่มากแค่ไหน เพิ่งเริ่มต้นหรือมีพื้นฐานแล้ว และอยากใช้เชือกเพื่อออกกำลังกายแบบไหน สำหรับเชือกกระโดดแบบไหนดี มือใหม่ ไม่จำเป็นต้องเลือกรุ่นที่ซับซ้อนที่สุด ขอแค่จับถนัด ควบคุมง่าย และเหมาะกับพื้นที่ที่ใช้งานก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้น แต่ถ้าอยากได้ความยืดหยุ่นมากขึ้น เชือกที่ใช้ได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย พร้อมมีระบบติดตามข้อมูลการออกกำลังกาย ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ใช้งานได้หลากหลายขึ้น สุดท้ายแล้วเชือกกระโดดที่เหมาะกับเราที่สุด คือเชือกที่ หยิบมาใช้ได้ง่าย ใช้แล้วรู้สึกสะดวก และทำให้เราอยากออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

