อาหารเป็นพิษมีสาเหตุมาจาการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาด มีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส จนทำให้เกิด อาการอาหารเป็นพิษ ซึ่งอาการในผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่ได้ร้ายแรงมากนัก แต่ถ้าหากในเคสของผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ร่างกายอาจจะเสียน้ำ เสียเกลือแร่ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงและก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ค่ะ
อาการอาหารเป็นพิษ เป็นยังไง?
ถึงแม้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะกล่าวว่าผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษมีแนวโน้มลดลง และอาการของอาหารเป็นพิษส่วนใหญ่จะไม่ได้ร้ายแรง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สร้างปัญหาให้กับผู้ป่วย โดยโรคอาหารเป็นพิษเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุค่ะ โดยเฉพาะเมืองร้อนอย่างประเทศไทยที่เชื้อโรคสามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ซึ่งอาการที่แสดงออกมาหลัก ๆ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

อาการไม่รุนแรง
- รู้สึกพะอืดพะอม คลื่นไส้ อาเจียนติดต่อกันหลายครั้ง
- มีอาการปวดท้องแบบบิดเกร็งเป็นพักๆ เนื่องจากการบีบตัวของลำไส้
- ถ่ายท้อง ถ่ายมีมูกหรือเลือดปน
- เบื่ออาหาร ไม่อยากอาหาร
- รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ปากแห้ง กระหายน้ำบ่อย และปัสสาวะน้อย
- มองเห็นไม่ชัด แขนเป็นเหน็บ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
อาการรุนแรง
- ท้องเสียร่วมกับมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
- ท้องเสียไม่หยุด ผู้ใหญ่เกิน 3 วัน หรือเด็กเกิน 24 ชั่วโมง
- อาเจียนถี่หรืออาเจียนอย่างต่อเนื่องนานกว่า 12 ชั่วโมง
- มีเลือดปนในอาเจียนหรืออุจจาระ
- ปวดท้องรุนแรง อาการไม่ลดลงแม้ขับถ่ายแล้ว
- มีภาวะขาดน้ำ กระหายน้ำอย่างมาก ปัสสาวะมีสีเข้ม หัวใจเต้นเร็ว อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ และหน้ามืด
เมนูที่เสี่ยงต่ออาหารเป็นพิษ มีอะไรบ้าง?
อาหารบางประเภทมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรคและก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ง่ายกว่าปกติ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเหล่านั้น เราได้รวบรวมเมนูอาหารที่ควรเลือกรับประทานอย่างระมัดระวังไว้แล้วค่ะ ได้แก่

- อาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น ยำทะเล ยำหอยแครง ลาบ ก้อยดิบ
- เมนูที่ใช้วัตถุดิบสดหรือไม่ได้ผ่านความร้อน เช่น ส้มตำ โดยเฉพาะที่ใส่ปูดองหรือปลาร้า
- อาหาร หรือขนมที่ทำด้วยน้ำกะทิสด
- อาหารปรุงสุกที่วางทิ้งไว้นาน
- น้ำแข็งที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน
นอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีความเสี่ยงแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมก็มีส่วนช่วยบรรเทาอาการได้ โดยเฉพาะผักและผลไม้แก้อาการท้องเสีย เช่น ฝรั่ง มังคุด กล้วยน้ำว้า กระชาย ขิง เป็นต้น ถ้าหากใครมีอาการอาหารเป็นพิษอยู่ก็ลองหามาทานกันดูนะคะ
วิธีการดูแลและป้องกันอาหารเป็นพิษ
หากมีอาการอาหารเป็นพิษในระดับไม่รุนแรง สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นที่บ้านได้ โดยเน้นการพักผ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น ดังตารางต่อไปนี้
ตารางการรักษาอาหารเป็นพิษด้วยตนเอง
| ควรทำ | ควรหลีกเลี่ยง |
|---|---|
| ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ | ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ หรือดื่มน้ำน้อย |
| จิบน้ำเกลือแร่ (ORS) เมื่อมีอาการท้องเสียหรืออาเจียน | ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมาก |
| รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก กล้วย หรือขนมปัง | รับประทานอาหารรสจัด อาหารมัน ของทอด หรืออาหารดิบ |
| พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว | หักโหมทำงาน หรือออกกำลังกายหนัก |
| ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร หากจำเป็น | ซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาหยุดถ่ายมารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ |
แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถดูแลตัวเองและอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นได้ แต่การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา ดังนั้น การทำความเข้าใจแนวทางการป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคได้ค่ะ
วิธีป้องกันอาหารเป็นพิษ
จุดเริ่มต้นของการเกิดอาการอาหารเป็นพิษนั้น มาจากเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส ที่ปะปนมาในน้ำดื่มและอาหาร ดังนั้นวิธีป้องกันอาหารเป็นพิษที่ดีที่สุดคือ การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่สะอาด และถูกสุขอนามัย เท่านี้เราก็จะสามารถป้องกันโรคอาหารเป็นพิษได้แล้วค่ะ

การป้องกันอาหารเป็นพิษไม่ใช่เรื่องยาก เพียงทำตามวิธีด้านบน ใส่ใจเรื่องความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวัตถุดิบ การเลือกใช้อุปกรณ์ประกอบอาหาร รวมไปถึงการเก็บรักษา ก็จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาหารเป็นพิษได้แล้วค่ะ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารเป็นพิษ
หากเป็นไม่รุนแรง โดยทั่วไปอาการมักดีขึ้นภายใน 1-3 วันค่ะ แต่บางรายอาจมีอาการนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ สภาพร่างกาย และการดูแลรักษา
ไม่แนะนำให้ซื้อยาหยุดถ่ายมาทานเองค่ะ แนะนำให้จิบเป็นเกลือแร่ ORS แทน จะช่วยทดแทนน้ำที่เสียไปจากการอาเจียนหรือท้องเสียได้ค่ะ
ควรรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก กล้วย หรือขนมปัง และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของมัน รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ค่ะ
ใช่ค่ะ เพราะเด็กเล็กและผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากอาหารเป็นพิษมากกว่าคนทั่วไป หากมีอาการรุนแรงหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรรีบพบแพทย์ทันทีค่ะ
ไม่ควรดื่มค่ะ เพราะอาจกระตุ้นให้ระบบทางเดินอาหารทำงานหนักและทำให้อาการแย่ลงได้ค่ะ
สรุป อาหารเป็นพิษ ปัญหาเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม
การรับประทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และถูกสุขอนามัยไม่ได้เป็นเพียงการป้องกันอาการอาหารเป็นพิษเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ร่างกายเราสะอาด ปราศจากสารปนเปื้อนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นอย่าลืมทานอาหารกันอย่างละมัดระวัง หลีกเลี่ยงอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ และดื่มน้ำที่สะอาดกันด้วยนะคะ



