ภูมิแพ้อาหารแฝง เป็นหนึ่งในอาการแพ้ที่ไม่แสดงออกในทันที ซึ่งใคร ๆ ก็สามารถเป็นได้ค่ะ โดยที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองแพ้อาหารชนิดนั้น อาหารที่มีส่วนทำให้เกิดภาวะของภูมิแพ้อาหารแฝงนั้น มีมากกว่า 200 ชนิด เกิดจากภูมิชนิด IgG ที่ร่างกายสร้างมาต่อต้านอาหารบางประเภท ในตอนนี้ ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ละเลยการเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม อาศัยความสะดวกสบายเป็นหลัก อาจทำให้รับประทานอาหารที่ตัวเองแพ้เข้าไป โดยที่ไม่ทันสังเกต บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอาการภูมิแพ้อาหารแฝงกันค่ะ
ภูมิแพ้อาหารแฝง คืออะไร? แตกต่างจากภูมิแพ้ปกติยังไง?
โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก เนื่องจากปัจจุบัน มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดภูมิแพ้ ทั้งอาหาร มลพิษ ฝุ่นควัน ขยะ น้ำเน่าเสีย แต่ที่คนส่วนใหญ่จะไม่เคยได้ยินกันก็คือภูมิแพ้อาหารแฝง ก็ถือว่าเป็นภูมิแพ้ชนิดหนึ่งเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังดูน่ากลัวกว่าภูมิแพ้ทั่วไปอีกด้วยค่ะ
หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจว่าอาการแพ้ก็เหมือนกันหมด แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ค่ะ โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก จะแสดงอาการแพ้ออกมาทันทีเมื่อรับประทานอาหารที่แพ้เข้าไป อาจมีผื่นคันขึ้นตามตัว หายใจติดขัด ไปจนถึงอาการช็อก

ในขณะที่ภูมิแพ้อาหารแฝง จะไม่แสดงอาการแพ้ออกมาทันทีค่ะ แต่จะค่อย ๆ แสดงออกมา อาจจะเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน จะแสดงเป็นอาการแพ้เรื้อรัง เช่น ท้องเสีย ปวดหัว อาการบวมน้ำ หรือการอักเสบของชั้นใต้ผิวหนังในบริเวณต่าง ๆ ค่ะ ดังนั้นการที่เราศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับ อาหารที่มีคุณสมบัติเป็นอาหารต้านภูมิแพ้ไว้ก่อน ร่วมกับการไปตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ก็นับว่าเป็นการป้องตนเอง ไม่ให้เป็นโรคภูมิแพ้อาหารแฝงอีกทางหนึ่ง
ตรวจสุขภาพ ตรวจอะไรบ้าง?อาการแบบไหน อาจเป็นโรคภูมิแพ้อาหารแฝง
เมื่อเราทราบถึงความแตกต่างของโรคทั้งสองไปแล้วนะคะ ความสำคัญต่อมา คืออาการของภูมิแพ้อาหารแฝงค่ะ เพื่อจะได้สังเกตตัวเองว่าเมื่อรับประทานอาหารแต่ละชนิดเข้าไปแล้วมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นหรือไม่

ถ้าพบว่ามีภาวะของโรคภูมิแพ้อาหารแฝง ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของตัวเอง หันมาบริโภคอาหารที่มีสรรพคุณเป็นอาหารต้านภูมิแพ้ เพื่อการมีสุขภาพดีห่างไกลจากโรคภูมิแพ้นะคะ
รวมอาหารต้านภูมิแพ้ ลดความเสี่ยงภูมิแพ้อาหารแฝง
การป้องกันย่อมดีกว่าการปล่อยให้เกิด สำหรับผู้ที่มีภาวะของการเป็นโรคภูมิแพ้อาหารแฝง การเลือกรับประทานอาหาร จึงเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ เป็นเรื่องที่ต้องพิถีพิถัน และระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ขึ้นอีก สำหรับอาหารที่มีสรรพคุณในการต้านโรคภูมิแพ้นั้น ได้แก่

1.ชาเขียว
ชาเขียว อุดมไปด้วยกรดอะมิโน วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี เป็นสารที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ และขับสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย
2.ผัก ผลไม้
ผักและผลไม้ อุดมไปด้วยวิตามินชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะวิตามินซี ช่วยยับยั้งการหลั่งสารฮีสตามีน ลดการอักเสบ และช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ต้องรับประทานในปริมาณที่พอดี เลือกทานเป็นผลไม้น้ำตาลน้อย เพราะในผลไม้บางชนิดก็มีรสหวาน หากทานเยอะเกินไป อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้
กินหวาน เสี่ยงเบาหวานจริงไหม?3.จมูกข้าวสาลี เมล็ดทานตะวัน และอัลมอนด์
ในเมล็ดธัญพืชเหล่านี้ จะมีวิตามินอี ชนิดแกมมาโทโคเฟอรอล ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดอาการของภูมิแพ้ ที่เกิดจากการอักเสบได้ และยังมีสรรพคุณช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้สูงอายุอีกด้วย
4.ขิง
ขิงจะมีแคลเซียม เหล็ก และโปรตีน ช่วยในการลดการอักเสบได้ เหมาะกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้อากาศ และมีอาการคัดจมูกรุนแรง อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการป้องกันลมพิษจากการอาหารทะเลได้ด้วย
5.ปลาทะเลน้ำลึก
ในปลาทะเลน้ำลึกจะมีโอเมก้า 3 ช่วยในเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายยับยั้งสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาสู่ร่างกาย และการทานปลาทะเล ยังมีส่วนช่วยเรื่องความจำป้องกันโรคสมองเสื่อมได้อีกด้วย
6.เนื้อสัตว์
ในเนื้อสัตว์จำพวก เนื้อหมู เนื้อไก่ และปลาน้ำจืดทุกชนิด เป็นแหล่งโปรตีน ที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหลอของร่างกาย เมื่อย่อยแล้วจะเปลี่ยนเป็นกรดอะมิโน ทำหน้าที่ในการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ป้องกันการเกิดภูมิแพ้
7.สมุนไพร
ในสมุนไพรบางชนิด จะมีสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องของภูมิแพ้ ช่วยบรรเทาอาการแพ้ เช่น ฟ้าทะลายโจร จะช่วยในเรื่องของอาการคัดจมูกจากอาการแพ้
การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ คือแนวทางการป้องกันโรคร้ายอย่างหนึ่ง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภูมิแพ้อาหารแฝง
สามารถเป็นได้ค่ะ โรคภูมิแพ้อาหารแฝงสามารถเกิดได้กับทุกวัยเลยค่ะ โดยเด็กอาจมีภาวะสมาธิสั้น ท้องผูก ท้องเสีย และมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย
รักษาได้โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ประมาณ 3 – 6 เดือนค่ะ แล้วสามารถกลับไปทานอาหารนั้น ๆ ได้ในปริมาณที่พอเหมาะค่ะ
วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการเจาะเลือดตรวจหาระดับ IgG ค่ะ ซึ่งสามารถตรวจครอบคลุมอาหารได้กว่า 200 ชนิดค่ะ
ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารในกลุ่มนม และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมค่ะ เช่น ชีส โยเกิร์ต กลุ่มเมล็ดธัญพืชที่มีกลูเตน ธัญพืชและอาหารที่เพิ่มแก๊สในท้อง เช่น ถั่ว และกะหล่ำปลี
ความเครียดอาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของระบบทางเดินอาหารได้ค่ะ ทำให้เกิดอาการท้องอืด ปวดท้อง หรือลำไส้รั่วได้
สรุป ภูมิแพ้อาหารแฝง ภัยเงียบที่คุณไม่รู้ตัว
โรคภูมิแพ้อาหารแฝง มีปัจจัยหลักมาจากการรับประทานอาหาร ดังนั้น การรู้จักระวังและหมั่นสังเกตอาหารตัวเอง เมื่อรับประทานอาหารแต่ละชนิดเข้าไป ก็นับว่าเป็นดูแลตัวเองในเบื้องต้น เพราะเมื่อเกิดอาการแพ้ อย่างน้อยเราก็รู้ถึงสาเหตุและที่มาของอาการแพ้ จะได้ใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ เพื่อหาทางรักษาต่อไปค่ะ

