อาการไข้หวัดใหญ่ เป็นอาการเจ็บป่วยที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงหรือฤดูฝน หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วไข้หวัดใหญ่มีความรุนแรงมากกว่า และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า อาการไข้หวัดใหญ่มีอะไรบ้าง ต่างจากไข้หวัดธรรมดา โควิด และภูมิแพ้อย่างไร พร้อมวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างเหมาะสม
สารบัญ
- อาการไข้หวัดใหญ่ เป็นอย่างไร?
- อาการไข้หวัดใหญ่ ต่างจากไข้หวัดธรรมดา โควิด และภูมิแพ้อย่างไร
- ภาวะแทรกซ้อนของอาการไข้หวัดใหญ่ ที่ควรระวัง
- แนวทางป้องกันและการดูแลตัวเองเมื่อมีอาการไข้หวัดใหญ่
- วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการไข้หวัดใหญ่
- FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการไข้หวัดใหญ่
- สรุปอาการไข้หวัดใหญ่ และแนวทางดูแลเบื้องต้น
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เท่านั้น “ทางบริษัทไม่สามารถให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลได้” หากท่านมีความกังวล และต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
อาการไข้หวัดใหญ่ เป็นอย่างไร?
อาการไข้หวัดใหญ่ที่พบบ่อย ได้แก่
- ไข้สูงเฉียบพลัน มักมากกว่า 38°C
- ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ
- อ่อนเพลียมากกว่าปกติ
- ไอ เจ็บคอ
- น้ำมูก คัดจมูก
- หนาวสั่น
- ปวดศีรษะ
- เบื่ออาหาร
โดยอาการมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 1–4 วันหลังได้รับเชื้อ และผู้ป่วยหลายคนจะรู้สึกอ่อนเพลียชัดเจนมากกว่าไข้หวัดธรรมดา
ควรรีบพบแพทย์หากมีไข้สูงต่อเนื่อง ไข้ไม่ลดแม้กินยาลดไข้ หายใจเหนื่อย หอบ เจ็บหน้าอก ซึมมาก กินอาหารหรือน้ำไม่ได้ หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วัน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว
![]()
อาการไข้หวัดใหญ่ ต่างจากไข้หวัดธรรมดา โควิด และภูมิแพ้อย่างไร
โรคไข้หวัดใหญ่ อาการที่ปรากฏหากไม่สังเกตตนเองให้ดี ก็แทบแยกไม่ออกเลยว่าแท้ที่จริงแล้วตนเองเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ หรือโรคทางระบบหายใจอื่น ๆ ที่มีอาการคล้ายกันกันแน่ ในบทความนี้จึงได้รวบรวมอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคไข้หวัดอื่น ๆ มาเปรียบเทียบกัน คนที่มีอาการเหล่านี้จะได้หมั่นสังเกตตนเอง แล้วเช็กลิสต์ไปในตัวด้วย ดังนี้!
![]()
ไข้หวัดใหญ่
- สาเหตุ : เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus)
- อาการ : ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ มักมีอุณหภูมิของร่างกายสูงถึง 39 – 40 องศาเซลเซียส อาการไอ คัดจมูกและหนาวสั่นพบได้น้อยมาก แต่จะมีอาการปวดเมื่อยปรากฏบ่อยและรุนแรง
- ระยะเวลาที่ปรากฎอาการ: 10 วัน
- ช่วงเวลาที่เกิดได้บ่อย: ช่วงฤดูฝนจนถึงช่วงฤดูหนาว
- การรักษา : ไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่อาจดีขึ้นได้เองภายใน 7–10 วันในผู้ที่สุขภาพแข็งแรง แต่บางรายอาจมีอาการรุนแรง โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว จึงควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ
![]()
ไข้หวัดธรรมดา
- สาเหตุ : เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหลากสายพันธุ์
- อาการ: อุณหภูมิของร่างกาย 37.5 – 38.4 องศาเซลเซียส พบอาการคัดจมูก และมีน้ำมูกเริ่มจากสีใส แล้วเปลี่ยนเป็นเหลือง และ เขียว ตามลำดับ แต่ในส่วนของอาการไอ ปวดเมื่อย และหนาวสั่น กลับพบได้น้อยมาก
- ระยะเวลาที่ปรากฎอาการ : 5 วัน
- ช่วงเวลาที่เกิดได้บ่อย: ตลอดทั้งปี
- การรักษา : ปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกร เพื่อรับยาตามอาการที่ปรากฎ ซึ่งมีทั้งยาลดไข้ หนือ ยาลดน้ำมูก นอกจากนี้ก็ต้องทานยาควบคู่ไปกับการพักผ่อนที่เพียงพอด้วย
![]()
โควิด
- สาเหตุ : เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโควิด 19
- อาการ : อุณหภูมิของร่างกายสูง 39 – 40 องศาเซลเซียส มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย อาการหนาวสั่นและไอ สามารถพบได้แต่น้อยมาก แต่โควิดมักไม่มีอาการคัดจมูกและน้ำมูกปรากฏ
- ระยะเวลาที่ปรากฎอาการ : 14 วัน เป็นอาการไข้หวัดใหญ่กับโควิดที่เราสามารถแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจน
- ช่วงเวลาที่เกิดได้บ่อย : ตลอดทั้งปี
- การรักษา : ในกลุ่มผู้ป่วย 60 ต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับยาต้านไวรัส ส่วนท่านใดที่อยู่นอกเหนือจากกลุ่มผู้ป่วย 60 เพียงการพักผ่อนที่เพียงพอในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงก็สามารถหายเองได้ แต่หากอาการรุนแรงก็ควรไปพบแพทย์เช่นกัน
![]()
ภูมิแพ้
- สาเหตุ : เกิดจากการที่ร่างกายมีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้มากเป็นพิเศษ
- อาการ : มีอาการคัดจมูกหรือจามเป็นชุด มีน้ำมูกเป็นสีใส รู้สึกคันบริเวณดวงตา น้อยมากที่จะมีอาการไอ มักมีอาการในตอนที่มีสารก่อภูมิแพ้อยู้ใกล้ ๆ
- ระยะเวลาที่ปรากฎอาการ : เป็นช่วงสัปดาห์ หรือ ช่วงเดือน
- ช่วงเวลาที่เกิดได้บ่อย : แล้วแต่ภูมิแพ้ที่เกิดขึ้น
- การรักษา : หากเกิดอาการรุนแรงให้รีบเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาที่ทันท่วงที ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากบางท่านมีอาการที่กระทบต่อระบบทางเดินหายใจรุนแรงได้ หากมีอาการที่ไม่รุนแรงควรทานยาแก้ภูมิแพ้ที่มักติดตัวมาไว้ตลอด
ตารางสรุปไข้หวัดใหญ่ต่างจากโรคอื่นยังไง
แม้ว่าอาการของทั้ง 4 โรคจะมีความคล้ายคลึงกันในบางจุด แต่ข้อสังเกตสำคัญคือระดับไข้และความรุนแรงของอาการปวดเมื่อยร่างกาย หากมีอาการไข้สูงติดต่อกันหลายวันควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างถูกต้องนะคะ
แนวทางป้องกันและการดูแลตัวเองเมื่อมี อาการไข้หวัดใหญ่
อาการไข้หวัดใหญ่ อาจส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การป้องกันอาการไข้หวัดใหญ่จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวค่ะ
![]()
วิธีป้องกัน อาการไข้หวัดใหญ่ หลักที่ควรทำ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นวิธีป้องกันอาการไข้หวัดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพและแพทย์แนะนำ
เนื่องจากในแต่ละปีทั่วโลกมีผู้ป่วยอาการไข้หวัดใหญ่รุนแรงประมาณ 3–5 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตราว 290,000–650,000 รายต่อปีการฉีดวัคซีนจึงช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการไข้หวัดใหญ่ และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงค่ะ
วิธีป้องกัน อาการไข้หวัดใหญ่ ในชีวิตประจำวัน
- ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ อย่างน้อย 20 วินาที เพื่อลดการรับเชื้อที่อาจทำให้เกิดอาการไข้หวัดใหญ่
- หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่
- สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่เสี่ยงหรือสถานที่แออัด
- ทำความสะอาดสิ่งของที่สัมผัสบ่อย ด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ
- หลีกเลี่ยงสถานที่อากาศปิดหรือมีคนจำนวนมาก เพื่อลดโอกาสรับเชื้อเข้าสู่ทางเดินหายใจ
ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ ที่ควรระวัง
ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่เป็นภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่ก่อเกิดจากไข้หวัดใหญ่ การติดเชื้อไวรัส ภาวะแทรกซ้อนอาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ หัวใจ และระบบประสาท โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยทีมีอาการไข้หวัดใหญ่มักจะมีภาวะแทรกซ้อน ดังนี้
![]()
โรคปอดบวม ปอดวาย
- การติดเชื้อในปอด ทำให้หายใจลำบาก
- อาจรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
หลอดลมอักเสบ
- เกิดการอักเสบของหลอดลม
- มีอาการไอ มีเสมหะ และระคายคอ
ไซนัสอักเสบ
- โพรงไซนัสอักเสบจากการอุดตัน
- มีอาการปวดหน้า คัดจมูก น้ำมูกข้น
กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
- ภาวะที่ไวรัสกระทบหัวใจ
- อาจมีอาการเจ็บหน้าอก หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
- ภาวะรุนแรงที่กระทบระบบประสาท
- มีไข้สูง ปวดศีรษะ และคอแข็ง
วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการไข้หวัดใหญ่
วิธีรักษาอาการไข้หวัดใหญ่ และวิธีรักษาไข้หวัดใหญ่ด้วยตัวเอง เมื่อเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกาย เริ่มมีอาการของไข้หวัดใหญ่ สิ่งที่ควรทำ คือ
- พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายของคุณมีเวลาซ่อมแซมตัวเอง
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ จะช่วยป้องกันร่างกายไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำ
- บรรเทาอาการไข้หวัดใหญ่ การประคบเย็นเพื่อลดไข้ กลั้วคอด้วยน้ำเกลือเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ และดื่มน้ำอุ่นผสมกับน้ำผึ้งเพื่อบรรเทาอาการไอ
- รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ยาต้านไวรัส ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาแก้ไอ ยาบางตัวจำเป็นต้องกินให้ครบโดส จะทำให้ยามีประสิทธิภาพมากขึ้น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการไข้หวัดใหญ่
Q: อาการไข้หวัดใหญ่เริ่มแรกเป็นอย่างไร?
A: มักเริ่มด้วยไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ หรือหนาวสั่น
Q: อาการไข้หวัดใหญ่เริ่มต้นกี่วันหลังได้รับเชื้อ?
A: อาการไข้หวัดใหญ่ มักเริ่มแสดงภายในประมาณ 1–4 วันหลังได้รับเชื้อ โดยอาการจะมาแบบเฉียบพลัน เช่น ไข้สูงและอ่อนเพลียค่ะ
Q: อาการไข้หวัดใหญ่กี่วันหาย?
A: ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นภายใน 7–10 วัน หากไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
Q: อาการไข้หวัดใหญ่ช่วงไหนแพร่เชื้อได้มากที่สุด?
A: ผู้ที่มีอาการไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ก่อนมีอาการประมาณ 1 วัน และแพร่ได้มากในช่วง 3–5 วันแรกหลังเริ่มป่วยค่ะ
Q: อาการไข้หวัดใหญ่ต้องหยุดเรียนหรือหยุดงานกี่วัน?
A: โดยทั่วไปควรหยุดพักจนกว่าไข้จะหายอย่างน้อย 24 ชั่วโมงโดยไม่ใช้ยาลดไข้ เพื่อลดการแพร่เชื้อและให้ร่างกายฟื้นตัวค่ะ
Q: อาการไข้หวัดใหญ่สามารถเป็นซ้ำได้ไหม?
A: สามารถเป็นซ้ำได้ เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีหลายสายพันธุ์ และภูมิคุ้มกันที่ได้อาจไม่ครอบคลุมทั้งหมดค่ะ
Q: อาการไข้หวัดใหญ่ในเด็กกับผู้ใหญ่ต่างกันไหม?
A: ในเด็กมักมีไข้สูงและอาการแสดงชัดเจน เช่น ซึม ไม่กินอาหาร ส่วนผู้ใหญ่อาจมีอาการปวดเมื่อยและอ่อนเพลียเด่นมากกว่าค่ะ
Q: อาการไข้หวัดใหญ่ควรกินอาหารแบบไหน?
A: ควรรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย และดื่มน้ำให้เพียงพอ เช่น ซุปอุ่น หรืออาหารที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีค่ะ
สรุปอาการไข้หวัดใหญ่ และแนวทางดูแลเบื้องต้น
อาการไข้หวัดใหญ่ เป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีความรุนแรงและอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนได้ หากเริ่มมีอาการไข้หวัดใหญ่ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ และรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นเพื่อลดการแพร่เชื้อ และหากมีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูงต่อเนื่องหรือหายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อการดูแลที่เหมาะสมค่ะ