เปิดหมดเปลือก! เทคนิคเลือกซื้อ เครื่องตรวจน้ำตาล เครื่องตรวจเบาหวาน ให้ได้ของดีมีคุณภาพ!

เครื่องตรวจน้ำตาล

         การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะมีผลกับการรักษาและประเมินความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งหากเครื่องวัดน้ำตาลไม่มีคุณภาพ ก็ย่อมมีผลทำให้การวางแผนการรักษาผิดพลาดไปด้วย บทความนี้ จึงมีเทคนิคในการเลือกซื้อ เครื่องตรวจน้ำตาล หรือเครื่องตรวจเบาหวาน ให้ได้ของดีมีคุณภาพแบบง่าย ๆ มาฝากกันค่ะ

สารบัญ

5 เทคนิคการเลือกซื้อ เครื่องตรวจน้ำตาล ให้คุ้มค่าคุ้มราคา!

         เครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือด (Blood Glucose Meter : BGM) หรือที่นิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า เครื่องตรวจน้ำตาล หรือเครื่องตรวจเบาหวาน เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพื่อความแม่นยำในการวางแผนการรักษา และประเมินความเสี่ยงการเป็นโรคแทรกซ้อน ที่อาจเกิดขึ้นได้

เครื่องตรวจน้ำตาล

         ดังนั้น หากเลือกซื้อเครื่องที่ไม่มีคุณภาพ ก็จะทำให้ความแม่นยำของค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่วัดได้ผิดพลาด ส่งผลต่อการรักษาหรือประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานได้ ฉะนั้น ขั้นตอนในการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องตรวจน้ำตาล จึงสำคัญมาก มาดูเคล็ดลับดี ๆ ในการเลือกซื้อกันค่ะ

1. ได้รับการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ และจำหน่ายโดยร้านที่มีความน่าเชื่อถือ

         เนื่องจากเครื่องตรวจน้ำตาลหรือเครื่องตรวจเบาหวาน เป็นเครื่องมือที่ต้องสัมผัสกับเลือดเราโดยตรง ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรก เช่น มาตรฐาน CE (มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพ) มาตรฐาน ISO 13485 (มาตรฐานการจัดการในด้านคุณภาพเครื่องมือแพทย์) มาตรฐาน อย. (สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา) เป็นต้น

         เมื่อพิจารณาถึงมาตรฐานสินค้าแล้ว ก็ต้องพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของร้านค้าหรือบริษัทจัดจำหน่ายด้วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เราจะได้รับสินค้าได้มาตรฐานในทุกขั้นตอนการจัดส่ง รวมทั้งบริการหลังการขายที่ดี ยิ่งในกรณีเครื่องมีปัญหา เราจะสามารถปรึกษาหรือส่งซ่อมกับร้านค้าได้ง่ายและรวดเร็ว

2. ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก โดยเลือกเครื่องที่อ่านค่าน้ำตาลโดยอัติโนมัติ ไม่ต้องใส่โค้ด หรือเซ็ตเครื่องให้ยุ่งยาก เพราะจะทำให้ผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุสามารถใช้งานเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาผู้ดูแล

เครื่องตรวจน้ำตาล

3. ใช้ตัวอย่างเลือดน้อย อ่านค่าได้รวดเร็ว ควรใช้ตัวอย่างเลือดไม่เกิน 1 ไมโครลิตร (µL) เพราะการใช้ตัวอย่างเลือดน้อย จะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องเจาะปลายนิ้วลึก ลดความเสี่ยงที่จะต้องเจาะซ้ำหากเลือดไม่พอ เมื่อไม่ต้องเจาะปลายนิ้วลึก ก็จะลดความเจ็บปวดในการเจาะเลือด อีกทั้งใน 1 วันผู้ป่วยต้องเจาะเลือดหลายครั้ง เครื่องตรวจน้ำตาลที่อ่านค่าได้เร็วภายในไม่กี่วินาที จะช่วยทำให้ประหยัดเวลาได้อีกด้วย

4. มีอุปกรณ์ครบชุดพร้อมใช้งาน ควรเลือกซื้อเครื่องตรวจน้ำตาลที่มาพร้อมอุปกรณ์ครบชุด ทั้งตัวเครื่อง ปากกาเจาะเลือด เข็ม และแผ่นตรวจให้ครบ พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้ออุปกรณ์เพิ่มเอง อีกทั้งแผ่นตรวจ จำเป็นจะต้องใช้ชนิดเดียวกับตัวเครื่อง ดังนั้น ควรซื้อจากร้านที่มีจำหน่ายเข็มและแผ่นของตัวเครื่องนั้น ๆ ด้วย

5. มีฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้มากขึ้น เช่น สามารถบันทึกผลการวัดน้ำตาลได้ไว้ดูย้อนหลังได้ หน้าจอสว่างอ่านค่าได้ง่าย ชาร์จแบตเตอรี่ได้ไม่ต้องเปลืองถ่าน เป็นต้น

เครื่องตรวจวัดน้ำตาล
เครื่องวัดน้ำตาล
สนใจ เครื่องตรวจน้ำตาล ตรวจเบาหวาน อุปกรณ์ครบชุด คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

เคลียร์ให้ชัด! เครื่องตรวจน้ำตาล แบบไม่เจาะเลือด VS แบบเจาะเลือด แบบไหนดีกว่ากัน?!?

         หลายคนมีความลังเลสงสัยว่า เครื่องตรวจน้ำตาลแบบเจาะเลือดกับแบบไม่เจาะเลือด แบบไหนดีกว่ากัน เพราะหลายคนไม่ชอบเจ็บตัวกับการเจาะปลายนิ้วสักเท่าไหร่ จึงมองหาเครื่องตรวจน้ำตาลแบบที่ไม่ต้องเจาะเลือด ลองมาทำความรู้จักกับเครื่องตรวจน้ำตาลทั้งสองแบบกันค่ะ

เครื่องวัดน้ำตาลแบบไม่เจาะเลือด

         ทางการแพทย์มีเครื่องตรวจน้ำตาลแบบไม่เจาะเลือด แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีโดยใช้ตัวเซนเซอร์ฝังเข้าไปที่ชั้นใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขน เรียกว่า Continuous glucose monitoring หรือ CGM เป็นการวัดค่าน้ำตาลจากของเหลวระหว่างเซลล์ (แตกต่างจากแบบ BGM ที่ใช้การวัดน้ำตาลในเลือดโดยตรงโดยการเจาะปลายนิ้ว) ตัวเครื่องจะส่งค่าน้ำตาลผ่านบลูทูธมายังโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อไว้ เพื่อบันทึกและแสดงผล สะดวกกับแพทย์ในการติดตามค่าระดับน้ำตาลแบบเรียลไทม์และย้อนหลัง

แต่เครื่องตรวจน้ำตาลแบบไม่เจาะเลือดนี้ ยังไม่มีการจำหน่ายอย่างแพร่หลาย อาจจะมีจำหน่ายในบางโรงพยาบาลเท่านั้น ผู้ป่วยไม่สามารถหาซื้อเองได้ เนื่องจากต้องใช้ภายใต้คำสั่งและคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น อีกทั้งยังมีราคาที่แพงมาก ราว ๆ 4,000 – 5,000 บาท และต้องมีการเปลี่ยนตัวเซนเซอร์ทุก 7 – 14 วัน ซึ่งตัวเซนเซอร์นี้มีราคาอยู่ที่ 2,000 – 2,500 บาท (ราคาแตกต่างกันไปตามผู้จำหน่าย)

สิ่งสำคัญคือ ผู้ป่วยก็ยังคงต้องใช้วิธีการตรวจน้ำตาลแบบเจาะเลือดบริเวณปลายนิ้ว ควบคู่ไปด้วยอยู่ดี เนื่องจากการตรวจน้ำตาลแบบไม่เจาะเลือด อาจจะยังมีความแม่นยำไม่เท่าการเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว

ตรวจเบาหวาน

         เครื่องตรวจน้ำตาล แบบเจาะเลือดที่บริเวณปลายนิ้ว เป็นวิธีการตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่ใช้กันมากและแพร่หลายที่สุด มีการรับรองมาตรฐานมาอย่างยาวนาน ซึ่งตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็ยังคงใช้เครื่องตรวจน้ำตาลชนิดนี้ในการตรวจ หรือที่เรียกกันว่า ตรวจ dtx จึงอนุมานได้ว่า เครื่องตรวจน้ำตาลแบบเจาะเลือดนี้ ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและได้มาตรฐานที่สุดในปัจจุบัน

         หากผู้ป่วยเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว แล้วรู้สึกเจ็บมาก อาจจะแก้ไขโดยการปรับระดับความลึกของปากกาเจาะเลือดให้น้อยลงอย่างเหมาะสม และเลือกใช้เครื่องตรวจน้ำตาลที่ใช้ตัวอย่างเลือดน้อย ก็จะช่วยให้ไม่ต้องเจาะเลือดที่ปลายนิ้วลึก ลดความเจ็บปวดได้มาก ในบางรายอาจจะไม่รู้สึกเจ็บด้วยซ้ำ

อ่านบทความ : ตรวจเบาหวาน แต่ละครั้ง ได้ค่าไม่เท่ากันเลย เป็นแบบนี้เครื่องตรวจวัดน้ำตาลเสียหรือเปล่า?

แนะนำ เครื่องตรวจน้ำตาล ALLWELL รุ่น G-426 ที่หลายคนเลือกใช้

         หากใครที่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อ เครื่องตรวจน้ำตาล ยี่ห้อไหนดี ? บทความนี้ขอแนะนำ เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด ALLWELL รุ่น G-426 ที่หลาย ๆ คนเลือกใช้ บอกเลยค่ะว่ารีวิวแน่น เพราะเครื่องตรวจน้ำตาลรุ่นนี้เป็นรุ่นฮิตเลยล่ะค่ะ เพราะอะไรนั้นไปดูข้อดีกันค่ะ

เครื่องตรวจเบาหวาน

1. ตัวเครื่องได้รับการรับรองมาตรฐาน เครื่องตรวจน้ำตาล ALLWELL รุ่น G-426 ได้รับมาตรฐาน CE (มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพ) มาตรฐาน ISO 13485 (มาตรฐานการจัดการในด้านคุณภาพเครื่องมือแพทย์) มาตรฐาน อย. (สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา) อย่างถูกต้องครบถ้วน มั่นใจได้เลยว่าได้รับเครื่องคุณภาพแน่นอน

2. จัดจำหน่ายโดยบริษัทเครื่องมือแพทย์โดยเฉพาะ บริษัท Allwell Life ภายใต้แบรนด์ ALLWELL เป็นบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ที่มีประสบการณ์มากว่า 23 ปี การันตีด้วยมาตรฐานและรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย (รู้จัก Allwell Life เพิ่มเติม) มีบริการหลังการขาย โดยช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญ

3. ใช้งานง่ายไม่ต้องใส่โค้ด รอผลตรวจแค่ 5 วินาที! ผู้สูงอายุก็ใช้งานเองได้ ไม่ต้องคอยใส่โค้ดหรือรีเซ็ตเครื่อง ไม่ต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาล แค่ 5 วินาทีก็ทราบผลทันที แถมยังใช้ตัวอย่างเลือดน้อย แค่ 0.7 ไม่โครลิตร (μl) เท่านั้น

4. อุปกรณ์ครบชุดพร้อมตรวจ มีทั้งตัวเครื่องวัดน้ำตาล ปากกาเจาะเลือด แผ่นตรวจ เข็มเจาะเลือด สายชาร์จแบตเตอรี่ และแถมกระเป๋าใส่อุปกรณ์ให้ครบเลยค่ะ

5. แผ่นตรวจ – เข็มเจาะเลือดหมด ทางร้านก็มีจำหน่าย หากใช้แล้วแผ่นตรวจหรือเข็มเจาะเลือดหมด ไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหนให้ยุ่งยากเลยค่ะ ที่ร้าน ALLWELL มีจำหน่ายทั้งแผ่นตรวจและเข็มเจาะของรุ่นนี้โดยเฉพาะเลยค่ะ

6. มาพร้อมฟังก์ชันเสริมมากมาย ไม่ใช่แค่ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้เท่านั้น แต่เสียเงินจ่ายครั้งเดียวก็ได้ฟังก์ชันสุดล้ำต่าง ๆ มากมาย ได้แก่

  • หน้าจอ Backlight อ่านค่าได้ง่าย
  • มีปุ่ม Strip Ejector สำหรับปลดแผ่นตรวจโดยที่มือไม่ต้องสัมผัส
  • บันทึกผลการวัดน้ำตาล ได้สูงสุด 500 ค่า สำหรับดูผลย้อนหลังได้
  • แสดงค่า Ketone อัตโนมัติเมื่อค่าสูงกว่า 240mg/dL
  • แบตเตอรี่ลิเธียมชาร์จได้ สามารถชาร์จกับ Power bank และชาร์จกับไฟบ้านได้ ไม่เปลืองถ่าน
  • ปิดอัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน ประหยัดแบตเตอรี่

         ด้วยการใช้งานฟังก์ชันและอุปกรณ์ครบครันแบบนี้ จึงทำให้เครื่องตรวจน้ำตาล ALLWELL รุ่น G-426 ขึ้นแท่นเป็นเครื่องวัดน้ำตาลที่หลาย ๆ คนไว้วางใจเลือกใช้ หากสนใจล่ะก็สามารถสั่งซื้อได้ที่หน้าเว็บไซต์ และ Lazada หรือ Shopee ก็ได้นะคะ

สรุป

         จะเห็นได้ว่า การเลือกซื้อ เครื่องวัดน้ำตาล เป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามได้เลยล่ะค่ะ เพราะสุขภาพเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมากกว่าเรื่องของค่าใช้จ่าย ถ้าเลือกซื้อของราคาถูก แล้วผลเสียตามมา อาจทำให้ต้องเสียเงินมากกว่าการซื้อเครื่องที่มีคุณภาพ แต่ละราคาสูงก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น เครื่องตรวจน้ำตาลราคาแพง ก็ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป ดังนั้น ต้องพิจารณาเรื่องของคุณภาพควบคู่กับราคาสินค้าไปพร้อม ๆ กันนะคะ