รู้ทัน หายได้!! ซิฟิลิส อาการป่วยของโรคติดต่อ

ซิฟิลิส อาการ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เท่านั้น “ทางบริษัทไม่สามารถให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลได้” หากท่านมีความกังวล และต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

         โรคซิฟิลิส คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากแบคทีเรีย เป็นปัญหาสุขภาพระดับหนึ่งเนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหากไม่ได้รับการรักษา ในบทความนี้ เราจะสำรวจโรคซิฟิลิส อาการตั้งแต่ระยะแรกจนถึงระยะสุดท้าย โดยเราจะมาทำความเข้าใจกับอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อนี้

สารบัญ

ซิฟิลิส อาการเป็นอย่างไร

          ก่อนอื่นเรามาทราบกันก่อนเลยว่า หากเราเป็นโรคซิฟิลิส อาการจะเป็นอย่างไร เพื่อให้เรานั้นสามารถสังเกตุอาการเพื่อได้เข้าทำการรักษาแบบทันท่วงที และป้องกันการลุกลามของโรคซิฟิลิส อาการ เริ่มต้นแบ่งออกเป็นสามระยะก็คือ ระยะแรก ระยะที่สอง และระยะแฝง

ซิฟิลิส อาการ

ระยะของโรคซิฟิลิส อาการป่วยนี้

  • ระยะแรก
             แผลที่ไม่เจ็บปวดซึ่งเรียกว่าแผลริมอ่อนจะปรากฏขึ้นที่บริเวณที่มีการติดเชื้อ ซึ่งโดยทั่วไปคือที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือปาก แผลนี้อาจไม่มีใครสังเกตเห็นหรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นตุ่มที่ไม่เป็นอันตราย ซึ่งนำไปสู่การวินิจฉัยและการรักษาที่ล่าช้า
  • ระยะที่สอง
             จะเกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากแผลริมอ่อนหาย อาจมีผื่นขึ้นตามร่างกาย รวมทั้งฝ่ามือและฝ่าเท้า อาการอื่น ๆ อาจมีไข้ อ่อนเพลีย ต่อมน้ำเหลืองบวม และเจ็บคอ  สำหรับอาการแฝงแบบนี้จะสามารถอยู่ได้นานหลายปี ผู้ป่วยติดเชื้อจะไม่มีอาการให้เห็น อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อยังคงอยู่และสามารถพัฒนาไปสู่ระยะต่อไปได้หากไม่ได้รับการรักษา

แผลริมแข็ง

  • ระยะที่สาม
             เป็นอีกหนึ่งระยะที่เกิดขึ้นเมื่อการติดเชื้อแพร่กระจายไปยังระบบประสาท สิ่งนี้สามารถนำไปสู่อาการต่าง ๆ เช่น การเคลื่อนไหวที่อาจเป็นอัมพาตได้ และภาวะสมองเสื่อม ซิฟิลิสหัวใจและหลอดเลือดเป็นอีกหนึ่งภาวะแทรกซ้อนระยะสุดท้าย ซึ่งการติดเชื้อจะส่งผลต่อหลอดเลือด อาจส่งผลให้หลอดเลือดโป่งพอง หรือปัญหาเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาหัวใจและหลอดเลือดที่ร้ายแรง
เส้นเลือดในสมองตีบ จําใครไม่ได้ พูดไม่ชัด รักษาได้ไหม? รู้จักภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง
เครื่องวัดความดัน

โรคซิฟิลิส อาการป่วยนี้เกิดจากอะไร

         โรคซิฟิลิส มีสาเหตุหลักมาจากแบคทีเรีย Treponema pallidum ซึ่งสามารถติดเชื้อในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ ส่วนใหญ่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ แต่ยังสามารถติดต่อจากแม่สู่ลูกหรือผ่านการถ่ายเลือดหรือเข็มที่ปนเปื้อนซึ่งหายาก และไม่ค่อยได้พบ

โรคซิฟิลิส

         รูปแบบของการแพร่เชื้อโรคซิฟิลิส และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการแพร่กระจายของเชื้อ แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหลักของโรคซิฟิลิส โดยแบคทีเรียชนิดนี้จะสามารถติดเชื้อได้สูงและสามารถแพร่เชื้อได้หลายวิธี ซึ่งวิธีการแพร่เชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือ การติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางปาก หรือทางทวารหนัก ในระหว่างกิจกรรมทางเพศ

         แบคทีเรียสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านรอยแยกขนาดเล็กในผิวหนังหรือเนื้อเยื่อ แต่โรคซิฟิลิสสามารถแพร่เชื้อได้แม้ว่าจะไม่มีแผลหรืออาการที่มองเห็นได้ สิ่งสำคัญที่พึงระวัง สำหรับคนที่เปลี่ยนคู่นอน ควรที่จะเข้าทำการตรวจร่างกายอยู่เป็นประจำ ก็จะส่งผลดีต่อตัวท่านเอง

ซิฟิลิส คือ

รูปแบบของการแพร่เชื้อโรคซิฟิลิส อาการป่วยนี้

  • ซิฟิลิสสามารถติดต่อผ่านรูปแบบต่างๆ และในกรณีที่พบไม่บ่อยจากการถ่ายเลือด หรือแผลริมแข็ง เข็มที่ปนเปื้อน การติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นวิธีการแพร่เชื้อที่พบบ่อยที่สุด เนื่องจากซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นหลัก การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันกับบุคคลที่ติดเชื้อจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นซิฟิลิส
  • การแพร่เชื้อในหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคซิฟิลิสแพร่เชื้อไปยังเด็กในครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพที่รุนแรงสำหรับทารกได้
  • ซิฟิลิสยังสามารถติดต่อผ่านการถ่ายเลือดที่ติดเชื้อหรือเข็มที่ปนเปื้อน
อาการ HIV เป็นอย่างไร? เป็นเอดส์รักษาหายไหม? รู้ทันโรคร้ายก่อนจะสายเกินไป

โรคซิฟิลิส เหมือนหรือต่างจาก โรคเอดส์อย่างไร

         หลาย ๆ คน ยังไม่ทราบ และยังมีความสับสนว่า โรคซิฟิลิสมีความเหมือน หรือแตกต่างจากโรคเอดส์ อย่างไร ซึ่งเราได้รวบรวมความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง ซิฟิลิส และเอดส์ ที่มีรูปแบบการแพร่เชื้อและการดำเนินของโรค มาให้ได้ทราบกันค่ะ

ซิฟิลิส อาการ

โรคซิฟิลิส

  • การติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากแบคทีเรียสไปโรเชต เทรโปเนมา พัลลิดัม
  • ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • สามารถติดต่อจากมารดาที่ติดเชื้อไปยังทารกในครรภ์ได้ในระหว่างตั้งครรภ์
  • ซิฟิลิสส่วนใหญ่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก และทางปาก
  • ระยะฟักตัวของซิฟิลิสโดยทั่วไปคือ 10-90 วัน โดยอาการเริ่มต้นคือแผลหรือแผลที่ไม่เจ็บปวด หากไม่ได้รับการรักษา จะส่งผลต่ออวัยวะต่างๆ และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
  • ซิฟิลิสสามารถวินิจฉัยได้ผ่านการทดสอบต่างๆ รวมถึงการตรวจเลือดเพื่อตรวจหาแอนติบอดีจำเพาะ การตรวจร่างกายเพื่อระบุลักษณะอาการ และการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ของตัวอย่างจากแผลหรือแผล
  • ซิฟิลิสสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลิน

ซิฟิลิส อาการ

โรคเอดส์

  • โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องที่ได้มานั้นเกิดจากไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่องของมนุษย์ (HIV) 
  • ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มที่ปนเปื้อนเชื้อร่วมกัน และการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก
  • โรคเอดส์คือการลดลงของระบบภูมิคุ้มกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อ
  • โรคเอดส์ได้รับการวินิจฉัยผ่านการทดสอบแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวี ซึ่งจะตรวจหาแอนติบอดีที่ผลิตโดยระบบภูมิคุ้มกันเพื่อตอบสนองต่อการติดเชื้อเอชไอวี
  • โรคเอดส์ก็ไม่มีทางรักษาได้หายขาด โรคเอดส์รักษาด้วยยาต้านไวรัส (ART) สามารถจัดการการติดเชื้อเอชไอวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชะลอการดำเนินของโรคและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อเอดส์

สรุป

         แม้ว่าโรคซิฟิลิส อาการป่วยนี้จะสามารถรักษาให้หายได้หากมีการดูแลรักษาตั้งแต่เริ่มต้น และมีการดูแลที่ถูกวิธี ไม่อย่างนั้นอาจจะมีอาการร้ายแรงได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม เราก็ควรจะมีการดูแลตัวเองตัวเองอยู่สม่ำเสมอ และหากใครที่มีการเปลี่ยนคู่นอน ก็ควรมีการเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย หากดูแลตัวเองได้ดี ก็จะห่างไกลโรคนี้ได้แน่นอน

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

Website ของเรามีการเก็บ cookies เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ... อ่านเพิ่มเติม นโยบายคุกกี้

Close Popup