ทำไมบางคนกินเท่ากัน แต่น้ำหนักกลับเปลี่ยนแปลงไม่เท่ากัน? เพราะการใช้พลังงานของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันและปัจจัยต่าง ๆ ของร่างกาย มาดูกันว่าค่า TDEE เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร และสามารถนำไปใช้วางแผนการกินได้อย่างไรบ้าง
TDEE คืออะไร? รู้จักค่าพลังงานที่ร่างกายใช้ในแต่ละวัน
TDEE คือค่าประมาณพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายใช้ใน 1 วัน (Total Daily Energy Expenditure) ไม่ได้หมายถึงแคลอรีที่เผาผลาญจากการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่รวมการใช้พลังงานหลาส่วนค่ะ เช่น
- พลังงานพื้นฐานของร่างกาย ร่างกายใช้เพื่อการหายใจ การไหลเวียนเลือด และการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ แม้ในวันที่ไม่ได้ออกกำลังกาย
- พลังงานจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เดิน ทำงานบ้าน ออกกำลังกาย หรือการขยับตัวระหว่างวัน
- พลังงานที่ใช้ในการย่อยอาหาร ร่างกายต้องใช้พลังงานในการย่อย ดูดซึม และนำสารอาหารไปใช้

กล่าวคือ ค่า TDEE คือ ค่าที่ช่วยให้เราประเมินได้คร่าว ๆ ว่าในแต่ละวันร่างกายใช้พลังงานประมาณเท่าไร และสามารถนำไปเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการกินหรือควบคุมน้ำหนักได้ ซึ่งค่า TDEE ของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- อายุและเพศ
- น้ำหนักและขนาดร่างกาย
- มวลไร้ไขมัน (Lean Body Mass) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการใช้พลังงานขณะพัก
- ระดับกิจกรรมในชีวิตประจำวันและการออกกำลังกาย
- ปัจจัยด้านร่างกายและสุขภาพบางอย่าง
ค่า TDEE คือ ค่าประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว เพราะการใช้พลังงานจริงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละวัน
BMR กับ TDEE ต่างกันอย่างไร?
BMR คือพลังงานขั้นต่ำที่ร่างกายต้องใช้ในแต่ละวันเพื่อให้ระบบพื้นฐานทำงาน เช่น การหายใจ การเต้นของหัวใจ และการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ แม้เราจะนอนพักเฉย ๆ ส่วน TDEE คือพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายใช้ตลอดทั้งวัน ซึ่งรวมทั้ง BMR และพลังงานจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เดิน ทำงาน ออกกำลังกาย หรือทำงานบ้าน ดังนั้นง่าย ๆ คือ BMR = พลังงานพื้นฐานที่ร่างกายต้องใช้ ส่วน TDEE = พลังงานทั้งหมดที่เราใช้จริงในหนึ่งวัน
คำนวณ TDEE อย่างไร? รู้จักวิธีหาค่า TDEE ของตัวเอง
หลังจากที่เรารู้แล้วว่า TDEE คืออะไร ต่อมามาดูวิธี การคำนวณ TDEE กันค่ะ โดยทั่วไปจะเริ่มจากการหาค่า BMR ก่อน จากนั้นนำค่า BMR มาคำนวณร่วมกับระดับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อประมาณพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายใช้ในแต่ละวัน

คำนวณ BMR
หนึ่งในสูตรที่นิยมใช้ประมาณค่า BMR คือ Mifflin-St Jeor Equation โดยใช้ข้อมูลน้ำหนัก ส่วนสูง และอายุ
- ผู้ชาย BMR = (10 × น้ำหนักตัว [กก.]) + (6.25 × ส่วนสูง [ซม.]) − (5 × อายุ [ปี]) + 5
- ผู้หญิง BMR = (10 × น้ำหนักตัว [กก.]) + (6.25 × ส่วนสูง [ซม.]) − (5 × อายุ [ปี]) − 161
ตัวอย่าง
- ผู้หญิง อายุ 30 ปี น้ำหนัก 60 กก. สูง 165 ซม.BMR = (10 × 60) + (6.25 × 165) − (5 × 30) − 161 = 1,330 กิโลแคลอรี/วัน โดยประมาณ
- จากนั้น นำ BMR มาคำนวณ TDEE เมื่อได้ค่า BMR แล้ว ให้นำมาคูณกับ ตัวคูณกิจกรรม (Activity Factor) เพื่อประมาณค่า TDEE
| ระดับกิจกรรม | ตัวคูณโดยประมาณ |
|---|---|
| ไม่ค่อยเคลื่อนไหว / ออกกำลังกายน้อยมาก | 1.2 |
| ออกกำลังกายเบา ๆ 1–3 วัน/สัปดาห์ | 1.375 |
| ออกกำลังกายปานกลาง 3–5 วัน/สัปดาห์ | 1.55 |
| ออกกำลังกายหนัก 6–7 วัน/สัปดาห์ | 1.725 |
| กิจกรรมหนักมากหรือใช้แรงเป็นประจำ | 1.9 |
สูตร TDEE
TDEE = BMR × Activity Factor
จากตัวอย่างข้างต้น หากมี BMR ประมาณ 1,330 kcal และมีกิจกรรมระดับปานกลาง
TDEE = 1,330 × 1.55 = 2,062 kcal/วัน โดยประมาณ
ร่างกายของคนตัวอย่างนี้อาจใช้พลังงานประมาณ 2,060 กิโลแคลอรีต่อวัน ภายใต้ระดับกิจกรรมดังกล่าว
TDEE ลดน้ำหนักได้อย่างไร?
เมื่อรู้ค่า TDEE แล้ว เราสามารถนำตัวเลขนี้มาใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนการกิน โดยเฉพาะคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะหลักสำคัญของการลดน้ำหนักคือการทำให้ร่างกายได้รับพลังงานน้อยกว่าที่ใช้ในช่วงเวลาหนึ่ง หรือที่เรียกว่า ภาวะพลังงานขาดดุล (Calorie Deficit)

ตัวอย่างเช่น หากคำนวณ TDEE ได้ประมาณ 2,000 กิโลแคลอรีต่อวัน ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องกินให้ได้ 2,000 แคลอรีเป๊ะ ๆ ทุกวัน แต่สามารถใช้เป็นค่าประมาณเพื่อวางแผนการกินให้เหมาะกับเป้าหมายได้ และสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก อาจเริ่มจากการรับพลังงาน น้อยกว่า TDEE ในระดับที่เหมาะสม แล้วติดตามการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักและร่างกาย ก่อนปรับปริมาณอาหารตามผลที่เกิดขึ้นจริง

- กินน้อยกว่าค่า TDEE → มีแนวโน้มเกิดพลังงานขาดดุล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนัก
- กินใกล้เคียงกับค่า TDEE → น้ำหนักมีแนวโน้มคงที่ในระยะยาว
- กินมากกว่าค่า TDEE → มีแนวโน้มได้รับพลังงานเกิน ซึ่งอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรยึด TDEE เป็นตัวเลขตายตัว เพราะการใช้พลังงานจริงเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละวัน ทั้งจากการเดิน การออกกำลังกาย กิจวัตรประจำวัน และองค์ประกอบร่างกาย นอกจากนี้ การลดน้ำหนักควรให้ความสำคัญกับ คุณภาพของอาหาร โปรตีน ผัก ผลไม้ การพักผ่อน และการออกกำลังกาย ร่วมด้วย ไม่ใช่ดูแค่จำนวนแคลอรีอย่างเดียว
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TDEE
TDEE กับ BMR ต่างกันอย่างไร?
BMR คือพลังงานพื้นฐานที่ร่างกายต้องใช้เพื่อคงการทำงานสำคัญต่าง ๆ ในภาวะพัก ส่วน TDEE เป็นการประเมินพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในแต่ละวัน ซึ่งรวมพลังงานจากการพัก กิจกรรมทางกาย และการย่อยอาหารด้วย
TDEE Calculator คืออะไร?
TDEE Calculator คือเครื่องมือสำหรับประมาณค่าพลังงานที่ร่างกายใช้ต่อวัน โดยมักอาศัยข้อมูลอย่างอายุ น้ำหนัก ส่วนสูง และระดับกิจกรรมในการคำนวณ ผลลัพธ์ควรใช้เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขที่รับประกันความแม่นยำสำหรับทุกคน
BMI กับ TDEE เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
BMI เป็นค่าที่ใช้ประเมินความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักกับส่วนสูง ขณะที่ TDEE ใช้ประเมินการใช้พลังงานในแต่ละวัน ดังนั้นการมี BMI เท่ากันไม่ได้หมายความว่าจะมี TDEE เท่ากัน เพราะ TDEE ยังเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบร่างกาย อายุ และระดับกิจกรรมด้วย
TDEE กับ Lean Body Mass เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
Lean Body Mass (LBM) หรือมวลไร้ไขมัน เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สัมพันธ์กับการใช้พลังงานขณะพัก เนื่องจากเนื้อเยื่อไร้ไขมันมีความต้องการพลังงานในการดำรงการทำงานของร่างกาย ดังนั้นองค์ประกอบร่างกายจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการประเมินพลังงานที่ร่างกายใช้
ค่า TDEE เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่?
เปลี่ยนได้ค่ะ เพราะกิจกรรมทางกาย น้ำหนัก องค์ประกอบร่างกาย อายุ และปัจจัยอื่น ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ การออกกำลังกายหรือการเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันจึงอาจทำให้การใช้พลังงานโดยรวมแตกต่างจากเดิมได้
ถ้าออกกำลังกายมากขึ้น TDEE จะเพิ่มขึ้นไหม?
โดยทั่วไป กิจกรรมทางกายที่เพิ่มขึ้นทำให้การใช้พลังงานเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณที่เพิ่มขึ้นจริงไม่ได้เท่ากันในทุกคน และไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาออกกำลังกายอย่างเดียว เพราะกิจกรรมอื่น ๆ ระหว่างวันก็มีส่วนเช่นกัน
สรุป TDEE คือ
TDEE คือ ค่าประมาณพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายใช้ในแต่ละวัน สามารถนำมาใช้เป็นจุดอ้างอิงในการวางแผนการกินได้ หากกินใกล้เคียงกับ TDEE มีแนวโน้มรักษาน้ำหนักได้ ขณะที่การกินน้อยกว่า TDEE มีส่วนทำให้เกิดพลังงานขาดดุลและน้ำหนักลดลง ส่วนการกินมากกว่า TDEE อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ TDEE เป็นเพียงค่าประมาณ จึงควรใช้ร่วมกับการเลือกอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย และการติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ไม่จำเป็นต้องยึดตัวเลขอย่างเคร่งครัดค่ะ

