กินปุ๊บถ่ายปั๊บ นับว่าเป็นเรื่องดีจริงเหรอ?

กินปุ๊บถ่ายปั๊บ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เท่านั้น “ทางบริษัทไม่สามารถให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลได้” หากท่านมีความกังวล และต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

         การกิน การนอน รวมไปถึงการขับถ่าย ล้วนจัดเป็นกิจวัตรพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต โดยส่วนของคนหรือมนุษย์ก็จะต้องทำทั้ง 3 กิจกรรมนี้อย่างมีวัฒนธรรม เริ่มจากส่วนของการกินก็จะแบ่งออกเป็นมื้ออาหาร 3 เวลา เช้า กลางวัน และเย็น ถัดมาส่วนของการนอนหลับพักผ่อนก็จะทำช่วงเวลากลางคืน และ กิจกรรมสุดท้ายกับการขับถ่ายที่ต้องทำในสถานที่จำเพาะ แต่หลาย ๆ ท่านก็มักมีอาการผิดปกติหรืออาการไม่พึงประสงค์เกี่ยวกับการขับถ่ายอย่างการกินปุ๊บถ่ายปั๊บที่เราจะมาพูดถึงกันในบทความนี้

สารบัญ

ลำไส้ตรง มีจริงเหรอ? กินปุ๊บถ่ายปั๊บ เกิดจากสาเหตุใด? 

         มาสู่การไขข้อสงสัยแรกที่ว่าลำไส้ตรงมีจริงเหรอ ซึ่งคำตอบก็คือ ไม่มีจริง เพราะลำไส้ของคนปกติทุกคนนั้นจะมีขนาดที่เป็นมาตรฐานใกล้เคียงกัน ซึ่งก็มีความยาวของลำไส้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 1 เมตร ส่วนลำไส้เล็กก็มีความยาวอยู่ที่ประมาณ 6 เมตร การที่บอกว่าคนเรามีลำไส้ที่เป็นแบบลำไส้ลักษณะตรงเลยจึงไม่ใช่เรื่องจริง

ลำไส้ตรง

         กินปุ๊บถ่ายปั๊บนั้นก็มีสาเหตุที่สามารถอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้จากสภาวะทางการแพทย์ที่เรียกว่า Gastrocolic Reflex ซึ่งก็มีรากศัพท์ที่สามารถอธิบายการกินปุ๊บขี้ปั๊บได้เลย ซึ่งนั้นก็คือ ปฏิกิริยาการตอบสนองของลำไส้และกระเพาะอาหาร หรือ อธิบายให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ก็คือ ร่างกายและระบบย่อยอาหารของเรานั้นจะเปรียบสเมือนท่อน้ำ เมื่อมีน้ำไหลเข้ามาก็จะต้องมีน้ำไหลออกไป ซึ่งก็เหมือนกับการที่เรารับประทานอาหารเข้าไป

กินปุ๊บขี้ปั๊บ

         อาหารเหล่านั้นก็จะไหลผ่านจากปากลงสู่ลำคอ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และ ทวารหนักในที่สุด ซึ่งก็อาหารใหม่ที่เรารับประทานเข้าไปก็จะไปดันอาหารเก่าที่อยู่ในระบบย่อยอาหารของเรา แล้วทำให้เรารู้สึกได้ถึงมวลก้อนอุจจาระที่อยากออกมาทางทวารหนัก หรือ เกิดอาการกินปุ๊บถ่ายปั๊บขึ้น โดยอาการ Gastrocolic Reflex นี้มักเกิดขึ้นในช่วงของมื้อกลางวันมากกว่าช่วงมื้อเย็น

อ่านบทความ : 6 วิธีกระตุ้นการขับถ่าย ถ่ายง่าย สบายท้อง

กินปุ๊บถ่ายปั๊บ แบบไหนผิดปกติ

         ทุกท่านทราบไหมว่า การกินปุ๊บถ่ายปั๊บจัดเป็นหนึ่งในปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย แต่หากกินปุ๊บถ่ายปั๊บดังต่อไปนี้ แสดงว่ามีอาการผิดปกติที่คุณต้องเฝ้าระวัง อาจจะเป็นอันตรายได้ บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลมาให้ทุกท่านได้ทำความเข้าใจอาการผิดปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งมีดังนี้

กินปุ๊บถ่ายปั๊บ

อาการ “กินปุ๊บถ่ายปั๊บ” ที่ผิดปกติ

1.กินแล้วถ่ายเหลวทันที

2.กินแล้วถ่ายทันที พร้อมกับอาการอ่อนเพลีย

3.เกิดอาการปวดท้องบิดร่วมด้วย

4.เกิดอาการถ่ายพร้อมมีเลือด

5.ถ่ายแล้วมีอุจจาระสีดำ

6.เป็นบ่อย ๆ และมีอาการน้ำหนักร่างกายลดร่วมด้วย

7.มีอาการแสบท้องอย่างหนักในทุกครั้งที่ถ่าย

8.มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อเป็นประจำ

9.มีอาการเบื่ออาหารร่วมด้วย

10.ถ่ายอุจจาระไม่สุด เหมือนมีอุจจาระขัดอยู่ ณ รูทวารหนัก

Body Analyzer Scale with Bluetooth Connection รุ่น BodyA-1B

950฿

วัดไขมันและองค์ประกอบของร่างกายได้ 20 ค่า | Bluetooth ดูค่าผ่าน App ได้ 

รหัสสินค้า: SCA-ZTE-BODYA1BW หมวดหมู่:
อ่านเพิ่ม

Body Composition Scale รุ่น JPD-BFS200B

890฿

วัดไขมันและองค์ประกอบของร่างกายได้ 14 ค่า | Bluetooth ดูค่าผ่าน App ได้ 

รหัสสินค้า: JPD-BFS200B หมวดหมู่:
อ่านเพิ่ม

Body Composition Scale รุ่น GBF-1719-A

790฿

วัดไขมันและองค์ประกอบของร่างกายได้ น้ำหนัก, BMI, ไขมัน, กล้ามเนื้อ, น้ำ และมวลกระดูก 

รหัสสินค้า: GBF-1719-A หมวดหมู่:
อ่านเพิ่ม

แก้ปัญหากินปุ๊บถ่ายปั๊บได้อย่างไรบ้าง 

         แน่นอนว่าการกินปุ๊บถ่ายปั๊บไม่ใช่เรื่องดีมากที่เกิดขึ้น ดังนั้นเราจึงมีเคล็ดลับดีๆหรือวิธีช่วยแก้ปัญหาการกินปุ๊บถ่ายปั๊บมาให้ทุกท่านกันมีขั้นตอนง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำตามเองได้ เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในภายหลังได้ มีวิธีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

กินแล้วถ่าย

1.การมองหาสาเหตุ

         บางครั้งสภาวะ Gastrocolic Reflex อาจมาจากสาเหตุภายนอกที่คุณกระตุ้นขึ้นมาเอง ส่วนนี้คุณสามารถสังเกตได้ว่าไม่เกิดอาการกินแล้วถ่ายในทุกครั้งที่คุณรับประทานอาหาร

2.การปรับพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร

         โดยคุณต้องสังเกตก่อนว่าอาหารประเภทใดที่ทำให้คุณมีอาการ Gastrocolic Reflex มากจนต้องมองหาห้องสุขาทันทีหลังถ่าย ซึ่งคุณควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้เพื่อไม่ให้เกิดอาการ Gastrocolic Reflex ขึ้น ถัดมาคุณก็ควรรับประทานอาหารอย่างครบถ้วน พร้อมการเคี้ยวที่เหมาะสำรับการย่อยอย่างการเคี้ยงอาหารคำละ 20 – 40 ครั้งก่อนการกลืน

3.การปรับพฤติกรรมการขับถ่าย

         โดยหมั่นขับถ่ายอย่างเป็นประจำทุกวัน เป็นเวลาเดียวกันซ้ำ ๆ เพื่อให้ร่างกายเกิดการเรียนรู้ถึงช่วงเวลาในการขับถ่ายเป็นประจำ

4.การใช้ยาที่ช่วยลดอาการ Gastrocolic Reflex

         ส่วนนี้ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรร่วมด้วย โดยยาที่สามารถช่วยลดอาการ Gastrocolic Reflex ได้ ก็มีทั้ง ยา Tricyclic Antidepressants, ยารักษาลำไส้แปรปรวน หรือ ยา Antispasmodic เป็นต้น

5.การพักผ่อนอย่างเพียงพอ

         คนเรานั้นควรพักผ่อนขั้นต่ำวันละประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงในช่วงเวลากลางคืนตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มเป็นต้นไป ในส่วนนี้ก็จะเป็นการฝึกนาฬิกาชีวิตของร่างกาย ให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของคนเราทำงานในระยะเวลา และ ช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะหมายรวมถึงช่วงเวลาของการขับถ่ายด้วย

6.การทำจิตใจให้แจ่มใสและไม่สร้างความเครียดหรือความวิตกกังวล

         เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าจิตใจของเรามีผลต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ที่รวมถึงระบบการขับถ่ายด้วย การจดจ่อกับการขับถ่ายในช่วงเวลาที่เดินทางมากเกินไปก็ทำให้คุณปวดขับถ่ายขึ้นมาได้ หรือ การที่คุณเกิดความกังวลใจหลังจากที่คุณเพิ่งรับประทานอาหารเข้าไปก็ทำให้คุณอยากขับถ่ายได้เช่นกัน ดังนั้นคุณควรฝึกจิตใจของคุณเองด้วย

อ่านบทความ : พักผ่อนไม่เพียงพอ อย่ามองเป็นเรื่องเล็ก มีผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

สรุป

         กินปุ๊บถ่ายปั๊บอาจเป็นเรื่องที่กำลังเป็นปัญหาของหลาย ๆ ท่าน หรือ เป็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับหลาย ๆ คยรอบตัวของคุณเอง ในส่วนนี้คุณก็คงพอทราบสาเหตุและข้อเท็จจริงจากบทความข้างต้นบ้างแล้ว และ ปัญหาเรื่องการขับถ่ายนี้อาจสร้างปัญหาในชีวิตของคุณเองตามมาได้ทั้งการปวดท้องถ่ายเมื่อต้องเดินทางซึ่งไม่มีห้องสุขาให้แวะ หรือการปวดขับถ่ายในช่วงเวลาสำคัญที่คุณไม่ควรจะปวด ซึ่งเราก็มีวิธีแก้ปัญหานี้มานำเสนอแก้ทุกท่านในบทความนี้เช่นกัน ซึ่งเราหวังว่าทุกท่านจะสามารถนำวิธีแก้นี้ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับตนเอง และ ทำให้ปัญหาเรื่องขี้ ๆ นี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณอีกต่อไป

บทความที่ต้องห้ามพลาด !!

Website ของเรามีการเก็บ cookies เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ... อ่านเพิ่มเติม นโยบายคุกกี้

Close Popup