โรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อย โดยมีผู้ป่วยมากถึง 1 ใน 10 คน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการกิน การพักผ่อน หรือการขาดการออกกำลังกาย นอกจากนี้ โรคเบาหวานเองก็มีทั้งเบาหวานแห้งและเบาหวานเปียก ซึ่งก็จะมีความแตกต่างกัน ดังนั้น วันนี้เราจึงจะพาทุกคนมารู้จักประเภทของเบาหวานให้มากขึ้นค่ะ
เบาหวานแห้ง เบาหวานเปียก ต่างกันยังไง?
คำว่า เบาหวานเปียก เบาหวานแห้ง คือ คำที่คนไทยนิยมใช้เรียก ภาวะแผลในผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ใช่ชนิดของโรคเบาหวานโดยตรง โดยมักแบ่งตามลักษณะของแผลเบาหวาน ซึ่งทั้งสองแบบเป็น ภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง

1.เบาหวานแห้ง
เบาหวานแห้ง คือ โรคเบาหวานชนิดหนึ่งที่เป็นแบบเรื้อรัง หากเราสังเกตบาดแผลจะพบว่าสามารถแห้งได้ด้วยตนเอง แต่เบาหวานแห้งนี้นับว่าเป็นอันตรายอย่างมากค่ะ เพราะเป็นการบ่งบอกถึงขั้นกว่าของการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือ โรคเบาหวานชนิดที่ตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอรโมนอินซูลินได้ด้วยตนเอง นำไปสู่สภาวะที่คาร์โบไฮเดรตไม่สามารถแปรเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลได้
2.เบาหวานเปียก
เบาหวานเปียก คือ โรคเบาหวานอีกชนิดที่เป็นแบบเรื้อรังเช่นกัน ซึ่งโรคเบาหวานชนิดนี้จะค่อนข้างน่ากังวลกว่าชนิดแรก เพราะเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นตามร่างกายส่วนต่าง ๆ แล้ว บาดแผลเหล่านั้นมักไม่สมานตัวหายเอง ยังคงมีลักษณะของบาดแผลที่เปียกเหมือนเพิ่งเป็นแผลหรือเพิ่งบาดเจ็บใหม่ ๆ อยู่เสมอ อีกทั้งบาดแผลเหล่านี้ยังสามารถลุกลามขยายวงกว้าง ทำให้การรักษายากมากขึ้นไปอีก
ความแตกต่างของเบาหวานแห้ง กับเบาหวานเปียก
| หัวข้อ | เบาหวานแห้ง | เบาหวานเปียก |
|---|---|---|
| ลักษณะแผล | แผลแห้ง สีคล้ำ หรือดำ | แผลเปียก มีหนอง น้ำเหลือง หรือมีกลิ่น |
| สาเหตุหลัก | เลือดไปเลี้ยงไม่พอ | การติดเชื้อ |
| อาการ | ชา ไม่ค่อยเจ็บ ปลายเท้าเย็น | ปวด บวม แดง ร้อน |
| ความรุนแรง | ค่อยเป็นค่อยไป | รุนแรง ลุกลามเร็ว |
| ความเร่งด่วน | ควรพบแพทย์เพื่อตรวจอาการ | ต้องรีบพบแพทย์ทันที |
อาการของเบาหวานแห้ง เบาหวานเปียก
เมื่อเราทราบเบื้องต้นแล้วว่าอาการเบาหวานแห้ง และ อาการเบาหวานเปียก คือ อะไร ถัดมาจะพาไปทำความเข้าใจกับอาการของโรคเบาหวานทั้งสองชนิดนี้กันค่ะ

1.โรคเบาหวานแห้ง อาการปรากฎที่สามารถสังเกตได้ ดังนี้
- น้ำหนักลดลงหรือร่างกายสูบผอม ส่วนนี้เป็นอาการเบาหวานแห้งที่สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนทั้งจากตัวผู้ป่วยเอง และจากคนรอบข้างค่ะ ผู้ป่วยที่กำลังเป็นโรคเบาหวานเรื้อรังอย่างโรคเบาหวานชนิดแห้งนี้น้ำหนักจะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยอยู่ที่ 1 กิโลกรัมต่อ 3 เดือน หรือบางรายที่มีอาการหนักหน่อยก็จะลดลงถึง 5 กิโลกรัมต่อ 3 เดือน
- แขนขาลีบ เมื่อเกิดอาการแขนขาลีบทั้ง ๆ ที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานดำเนินชีวิตตามปกติก็เป็นอีกหนึ่งจึงสังเกตที่บ่งบอกว่าคุณกำลังตกอยู่ในภาวะโรคเบาหวานเรื้อรังชนิดเบาหวานแบบแห้งแล้วค่ะ
- นั่งพับเพียบไม่ได้ หรือแม้แต่การนั่งบนพื้นที่มีลักษณะแข็งแล้วเกิดอาการปวด ก็เป็นอาการที่สังเกตได้ ซึ่งมาจากกระดูกที่ทิ่มออกมาอย่างชัดเจน เพราะไม่มีผิวหนังหุ้มไว้อย่างเพียงพอนั่นเองค่ะ
- อ่อนเพลียง่าย แม้จะพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว ก็ยังรู้สึกอ่อนเพลีย ทำให้ขาดสมาธิในการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วยค่ะ
- อารมณ์แปรปรวน เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดไม่เพียงพอก็ส่งผลต่ออารมณ์ของผู้ป่วยได้ ทั้งอารมณ์แปรปรวน และหงุดหงิดง่ายขึ้นค่ะ
- รู้สึกกระหายน้ำบ่อย โดยเฉพาะช่วงที่อากาศร้อน
- ปัสสาวะช่วงกลางคืนบ่อย
- ผิวหนังแห้ง เมื่อเกิดอาการผิวหนังแห้งจะเป็นแผลปริได้ง่ายหรือผิวหนังแห้งจนคัน
- เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นหนึ่งอาการที่ต้องคอยสังเกต เพราะอาการดังกลาวผู้ที่เป็นจะสังเกตได้ก่อนผู้อื่นเลยค่ะ
- ตาพร่ามัว จะรู้สึกมองไม่ค่อยชัดขึ้นค่ะ
2.โรคเบาหวานเปียก อาการปรากฎที่สามารถสังเกตได้ ดังนี้
- อาการปรากฎคล้ายคลึงกับโรคเบาหวานชนิดแห้ง
- จะเป็นแผลที่เรื้อรัง หายช้ากว่าโรคเบาหวานชนิดแห้งมาก
- แผลจะไม่ค่อยแห้ง ทำให้ดูเหมือนแผลเพิ่งเกิดขึ้น แม้จะเป็นมาสักระยะแล้ว
เครื่องตรวจเบาหวาน ALLWELL

- ใช้งานง่ายเพียง 3 ขั้นตอน แม่นยำเกรดเดียวกับโรงพยาบาลใช้
- เชื่อมต่อบลูทูธผ่านแอป Allwell+ บนมือถือ เพื่อบันทึกผลและแสดงในรูปแบบกราฟ
- ตัวเครื่องบันทึกค่าการวัดได้ 400 ข้อมูล
- แจ้งเตือน Ketone เมื่อค่าสูงกว่า 240mg/dL
- มีปุ่ม Strip Ejector ปลดแผ่นตรวจโดยมือไม่สัมผัส
- อุปกรณ์ครบชุด แถมฟรีกระเป๋าพกพา
วิธีดูแลเบาหวานแห้ง เบาหวานเปียก
หากเราเริ่มเป็นก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป หากเรารักษาอย่างถูกวิธี เบาหวานแห้ง เบาหวานเปียก ก็เป็นเรื่องกล้วยๆ แต่เราจำเป็นต้องดูแลและรักษาอย่างถูกวิธี บทความนี้ ALLWELL ได้รวบรวมวิธีการดูแลที่สามารถเข้าใจง่ายและทุกท่านทำตามได้อย่างแน่นอน มีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

วิธีดูแลผู้ป่วย เบาหวานแห้ง เบาหวานเปียก มีดังนี้
- ควบคุมสาเหตุของโรค ทั้งการรักษาสมดุลของน้ำตาลร่างกาย การฉีดหรือรับประทานฮอร์โมนอินซูลินตามที่แพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอค่ะ
- หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรค ทั้งการบริโภคต้องเป็นไปอย่างพอเหมาะ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการพักผ่อนที่เพียงพอค่ะ
- การดูแลแผล หมั่นรักษาความสะอาด ทำให้แผลแห้ง จะช่วยให้ลดการเกิดแผลค่ะ
- การหมั่นพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ การพบแพทย์จะเป็นการเพิ่มผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจเช็คอาการของคุณ และแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและปรับปริมาณฮอร์โมนอินซูลินให้เหมาะสมกับคุณได้
- หมั่นตรวจบาดแผลและอาการของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะการดูแลและเช็กร่างกายด้วยตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเราจะเป็นคนแรกที่รับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น และหากพบอาการผิดปกติใด ๆ ก็จะสามารถเข้าพบแพทย์ได้อย่างทันท่วงทีค่ะ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเบาหวานแห้งและเบาหวานเปียก
เบาหวานแห้งกับเบาหวานเปียกแตกต่างกันอย่างไร?
เบาหวานแห้งและเบาหวานเปียกเป็นคำที่ใช้เรียกลักษณะแผลในผู้ป่วยเบาหวาน โดยเบาหวานแห้งจะมีแผลแห้ง สีคล้ำหรือดำ ส่วนเบาหวานเปียกจะมีแผลเปียก อาจมีหนอง น้ำเหลือง หรือมีกลิ่น และมีโอกาสลุกลามได้รวดเร็วกว่า
เบาหวานแห้งมีอาการอย่างไรบ้าง?
อาการที่สังเกตได้ ได้แก่ น้ำหนักลดลง แขนขาลีบ อ่อนเพลียง่าย กระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ผิวหนังแห้ง อารมณ์แปรปรวน และตาพร่ามัว รวมถึงอาจมีอาการชาหรือปลายเท้าเย็นร่วมด้วย
เบาหวานเปียกมีลักษณะแผลอย่างไร?
แผลเบาหวานเปียกมักเป็นแผลเรื้อรังที่หายช้า ไม่ค่อยแห้ง และมีลักษณะเหมือนแผลที่เพิ่งเกิดขึ้น แม้จะเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว อาจมีอาการปวด บวม แดง ร้อน หรือมีหนองร่วมด้วย
เบาหวานแห้งกับเบาหวานเปียก แบบไหนอันตรายกว่ากัน?
ทั้งสองแบบเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย แต่เบาหวานเปียกมีแนวโน้มลุกลามรวดเร็วจากการติดเชื้อ จึงต้องรีบพบแพทย์ทันที ส่วนเบาหวานแห้งอาจค่อย ๆ เกิดขึ้นจากเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ และควรพบแพทย์เพื่อตรวจอาการเช่นกัน
ผู้ป่วยเบาหวานแห้งและเบาหวานเปียกควรดูแลตัวเองอย่างไร?
ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานอาหารอย่างเหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลความสะอาดของแผล หมั่นตรวจสอบความผิดปกติของร่างกาย และพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
สรุป เบาหวานแห้ง เบาหวานเปียก คืออะไร พร้อมเช็กอาการ
โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาให้หายได้ยากมากค่ะ โดยเฉพาะโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งเป็นสาเหตุของเบาหวานแห้ง อย่างไรก็ดีหากปฏิบัติตามวิธีดูแลตัวเองที่เราระบุไว้ในบทความ ไม่ว่าคุณจะเป็นเบาหวานแห้ง หรือ เบาหวานเปียก ก็จะสามารถหายได้โดยง่าย รวมไปถึงยังสามารถป้องกันอาการลุกลามที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วยค่ะ


