“สลักเพชรจม” ต้นตอของอาการปวดสะโพกร้าวลงขา จะรักษาได้ไหม?

สลักเพชรจม

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เท่านั้น “ทางบริษัทไม่สามารถให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลได้” หากท่านมีความกังวล และต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

         สลักเพชรจมกับหนึ่งกลุ่มอาการของออฟฟิตซินโดรมที่น้อยคนนักจะรู้จัก หากไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเกิดโรค หรือ อาการดังกล่าวนี้ขึ้นกับตน จนบางท่านคิดว่าสลักเพชรจมเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจิวเวอรี่หรือวงการเครื่องประดับด้วยซ้ำ ในบทความนี้เราจะขอพาทุกท่านไปทำความเข้าใจและรู้จักกับสลักเพชรจม ซึ่งเป็นอีกกลุ่มโรคที่ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งสามารถรักษาได้ไว

สารบัญ

สลักเพชรจม คือ โรคอะไร?

         สลักเพชรจม หรือ โรคกล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาท หรือ Piriformis Syndrome เป็นโรคหรือกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับสลักเพชร หรือพิริฟอร์มิส ซึ่งสลักเพชร คือ กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ในการรักษาสมดุลของสะโพกทั้งสองให้สามารถเคลื่อนที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างอิสระ

อาการสลักเพชรจม

         แต่เมื่อใดก็ตามที่กล้ามเนื้อซึ่งอยู่ใกล้กับสะโพกบริเวณก้นนี้เกิดความผิดปกติก็ทำให้เกิดผลต่ออวัยวะโดยรอบ และ เกิดความปวดของแก้มก้นร้าวลงไปถึงขาได้ นอกจากนี้ก็อาจทำให้เกิดความไม่คล่องตัวในการเคลื่อนที่เคลื่อนย้ายสะโพกเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการนอน การนั่ง การเดิน การวิ่ง หรือแม้แต่การขับขี่ยวดยานพาหนะ

สลักเพชรจม เกิดจากอะไร?

         หลังจากที่เราทราบกันไปแล้วว่าอาการสลักเพชรจมคือโรคหรืออาการอะไรกันไปแล้ว เรามาดูกันต่อเลยค่ะว่า อาการสลักเพชรจม นั้นเกิดมาจากอะไรได้บ้าง นั่งทำงานนาน ๆ จะเป็นไหม ซึ่งการเกิดอาการสลักเพชรจม เกิดได้จากสาเหตุหลัก ๆ 4 สาเหตุด้วยกัน คือ

สลักเพชรจม

ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการสลักเพชรจม

  1. ความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่สำคัญในการควบคุมขา โดยเฉพาะการหดขา และ การเหยียดขา
  2. การรองรับน้ำหนักตัวที่มากเกินไปของกล้ามเนื้อ Piriformis
  3. ความตึงตัวเกินพอดี ซึ่งอาจเกิดจากสารสื่อประสาท หรือ เส้นประสาทภายในของกล้ามเนื้อ Piriformis
  4. การต้องนั่งในอิริยาบทเดิม ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน
อาการปวดหลังส่วนล่าง สัญญาณเตือนโรคร้าย อันตรายกว่าที่คุณคิด!!

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นสลักเพชรจม

         ผู้ที่มีความเสี่ยงในการปวดสลักเพชรไม่ได้เป็นเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่สามารถเป็นได้กับทุกเพศทุกวัย ที่มักจะเป็นผู้ที่ต้องอยู่ในอิริยาบทในการนั่ง ที่ต้องนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก็มักจะมีกลุ่มคน ดังต่อไปนี้

อาการสลักเพชรจม

กลุ่มเสี่ยงการเกิดอาการสลักเพชรจม

  1. คุณแม่หลังคลอดที่ต้องนั่งปั๊มนม หรือ นั่งให้นมบุตรติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ
  2. ผู้ที่ประกอบอาชีพในการขับขี่ยวดยานพาหนะที่มักต้องเกร็งขา และ นั่งหลังพวงมาลัยติดต่อกันทั้งวัน
  3. สาว ๆ หนุ่ม ๆ ชาวออฟฟิตที่ต้องนั่งติดโต๊ะทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน
  4. การยกของหนัก หรือ การยกของผิดท่า

อาการสลักเพชรจมเป็นอย่างไร

         การเกิดอาการสลักเพชรจม นอกจากจะเกิดอาการที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดบริเวณช่วงสะโพกแล้วนั้น ยังเพิ่มความยุ่งยาก และความลำบากในการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคลได้ ซึ่งหากไม่ได้ทำการรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม ก็อาจจะส่งผลระยะยาวได้ โดยอาการสลักเพชรจม มีดังนี้

สลักเพชรจม

อาการสลักเพชรจม

  • อาการปวด โดยเฉพาะช่วงของแก้มก้น สะโพก ในบางรายก็เกิดการปวดแบบร้าวไปจนถึงขา
  • อาการเจ็บ ซึ่งจะปรากฎอาการเจ็บอย่างเด่นชัดเมื่อกดบริเวณสะโพก
  • อาการชาที่มักเกิดขึ้นในบริเวณเดียวกับที่เกิดอาการปวด แต่อาการชาจะเด่นชัดเป็นอย่างมากในบริเวณขา
  • คลำเจอก้อน โดยก้อนดังกล่าวนี้จะสามารถสัมผัสได้เป็นก้อนขนาดเล็กในบริเวณก้นกบ
  • การเกิดอาการที่รุนแรง โดยอาการในข้อ 1 – 3 สามารถทวีความรุนแรงขึ้นได้ หากนั่งในอิริยาบทเดิม ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน รวมไปถึงเมื่อเกิดการยืดของกล้ามเนื้อ Piriformis ที่มากเกินพอดี
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการปวดหลัง เสี่ยงอัมพาตได้!!!

วิธีแก้อาการสลักเพชรจม ที่สามารถทำได้

         หากเราหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตประจำวันที่เสี่ยงจะเกิดอาการสลักเพชรจมแล้ว แต่ก็ไม่วายที่จะยังเกิดอาการนี้อยู่ เราก็ได้รวบรวมวิธีการแก้สลักเพชรจม โดยปัจจุบันได้มีวิธีการทางการแพทย์แผนปัจจุบันที่รองรับอย่างหลากหลาย ซึ่งมีวิธีดังนี้

สลักเพชรจม

วิธีแก้อาการสลักเพชรจม

  • การใช้ Deep Ultrasound ซึ่งจัดเป็นการบรรเทาอาการเจ็บ และ อาการปวดที่เกิดขึ้น พร้อม ๆ ไปกับการทำให้เกิดความผ่อนคลายของกล้ามเนื้อบริเวณ Piriformis
  • การใช้ Heat Therapy จะมีผลดีใกล้เคียงกับวิธีแรก เพียงแต่จะเน้นไปที่การทำให้เกิดความผ่อนคลายของกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก และ กล้ามเนื้อบริเวณก้น
  • การประคบร้อน โดยใช้การประคบร้อนบริเวณก้นเป็นเวลา 15 – 20 นาที เพื่อให้เกิดการไหลเวียนโลหิตที่เพิ่มมากขึ้น พร้อม ๆ ไปกับการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อในบริเวณดังกล่าว
  • การออกกำลังกาย หลาย ๆ ท่านอาจคิดว่าหากเกิดการปวดสลักเพชรร้าวลงขาแล้วก็ไม่ควรที่จะออกกำลังกาย แต่อันที่จริงแล้วการออกกำลังกายด้วยท่าทางและแรงที่เหมาะสมจะทำให้กลามเนื้อเกิดการยืด และ การหดตัว จนเกิดเป็นการคลายตัวในจังหวะที่เหมาะสม ทำให้เกิดสมดุลกล้ามเนื้อจนไม่ให้เจ็บหรือ ปวดอีกต่อไป
  • การทำกายภาพบำบัด ซึ่งคุณก็สามารถเลือกได้ทั้งการทำกายภาพบำบัดด้วยตนเอง หรือ การมีนักกายภาพบำบัดมาคอยกายภาพให้ ซึ่งวิธีหลังจะค่อนข้างเห็นผลที่ไวกว่า

VANTELIN Supports Back

Original price was: 1,135฿.Current price is: 949฿.

รหัสสินค้า: VANTELIN-Back หมวดหมู่:
อ่านเพิ่ม

VANTELIN Supports Knee

Original price was: 399฿.Current price is: 299฿.

รหัสสินค้า: VANTELIN-Knee หมวดหมู่:
อ่านเพิ่ม

เบาะรองนั่งกันแผลกดทับ รุ่น DYNA-TEK SUPERIOR | หนา 10 cm

Original price was: 9,900฿.Current price is: 4,990฿.

รับน้ำหนักได้ 127kg | ผ้าคลุมเบาะกันน้ำ 100%

รหัสสินค้า: Dyna-Tek หมวดหมู่:
อ่านเพิ่ม

เบาะรองนั่งกันแผลดทับ รุ่น DYNA-TEK PROFILE | ช่วยจัดสรีระในการนั่งให้เหมาะสม

Original price was: 8,900฿.Current price is: 3,950฿.

รับน้ำหนักได้ 114kg | ผ้าคลุมเบาะกันน้ำ

รหัสสินค้า: Dyna-Profile หมวดหมู่:
อ่านเพิ่ม

วิธีป้องกันการเกิดอาการสลักเพชรจม

         สลักเพชรจมมักมีสาเหตุมาจากการต้องอยู่ในอิริยาบทนั่งติดต่อกันเป็นเวลานานในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นด้วยหน้าที่ หรือด้วยลักษณะของการทำงานร่วมด้วย ซึ่งวิะีการป้องกันการเกิดอาการสลักเพชรจมที่ดีที่สุดนั้น สามารถป้องกันได้จากการทำวิธีดังต่อไปนี้

อาการสลักเพชรจม

วิธีการป้องกันอาการสลักเพชรจม

  • การหมั่นเปลี่ยนอิริยาบทในทุก ๆ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อให้กล้ามเนื้อ Piriformis ได้ว่างเว้นจากการรองรับน้ำหนักของร่างกายเราบ้าง
  • การหมั่นออกกำลังกาย โดยเฉพาะการเล่นโยคะซึ่งมีท่าโยคะที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาสลักเพชรนี้โดยเฉพาะ
  • ในคุณแม่ให้นมบุตร ควรมีการเปลี่ยนท่าสลับไปมาบ้าง

สรุป

         โรคสลักเพชรจมเป็นโรคที่มีความเกี่ยวเนื่องกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ซึ่งมีความยืดหยุ่นและสามารถทำกายภาพ หรือ ทำการรักษาให้หายขาด รวมถึงยังมีแนวทางที่สามารถป้องกันการเกิดกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาทนี้

         เพียงแต่ตัวคุณเองต้องทราบก่อนว่าอาการที่เกิดขึ้นกับคุณเป็นอาการของโรคดังกล่าว และยิ่งคุณรู้ตัวว่าเป็นเร็วเท่าไร ความรุนแรงของโรค และ การรักษาก็จะเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันไป ดังนั้นการหมั่นดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง และ การตรวจสุขภาพประจำปีก็นับเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นสำหรับทุกท่านเป็นอย่างมาก

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

Website ของเรามีการเก็บ cookies เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ... อ่านเพิ่มเติม นโยบายคุกกี้

Close Popup